เกี่ยวกับองค์กร
องค์กรของเรา ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2555 ในนามมูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ เรามีวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมให้เด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้พวกเขาสามารถกำหนดชะตาชีวิตได้ด้วยตนเอง โดยไม่มีข้อจำกัดที่เกิดจากภูมิหลังทางสังคม เศรษฐกิจ และครอบครัว
เรามุ่งสร้างเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวที่พร้อมผลักดันให้เด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน โดยการสรรหาและพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถ เพื่อเป็น “ผู้นำความเปลี่ยนแปลง” ผ่านงานการสอนเป็นเวลา 2 ปี บุคคลเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะร่วมเปลี่ยนแปลงชีวิตของนักเรียนและชุมชนเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของตนเองและความเข้าใจในปัญหาสังคมไทยอย่างถ่องแท้ ประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างการสอน 2 ปี จะส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการก้าวไปเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการแก้ไขปัญหาการศึกษาไทยในระยะยาวจากทุกภาคส่วน
ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการลำดับที่ 29 ของเครือข่าย ทีช ฟอร์ ออล ซึ่งเป็นเครือข่ายกิจการเพื่อสังคมที่มุ่งบรรเทาความไม่เสมอภาคด้านการศึกษาในประเทศต่างๆ โดยปัจจุบันมีประเทศสมาชิกมากกว่า 45 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร อินเดีย มาเลเซีย จีน และ ฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ เรายังเป็นช่องทางในการสนับสนุนและผลักดันให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการศึกษา เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน
ความเชื่อของเรา
วิสัยทัศน์ สักวันหนึ่ง เด็กไทยทุกคนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่าง เท่าเทียมกัน เพื่อให้พวกเขาสามารถกำหนดชะตาชีวิตได้ด้วยตนเอง
พันธกิจ เรามุ่งมั่นขจัดความเหลื่อมล้าทางการศึกษาออกจากประเทศไทย ผ่านการสร้าง เครือข่ายผู้นำ ที่เข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลง ในห้องเรียน โรงเรียน และในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม
ความท้าทาย
ความท้าทาย: การสร้างความเท่าเทียมกันทางการศึกษา การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กเพื่อให้ เติบโตไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพ  และเป็นต้นทุนกำลังคน (Human Capital) ของชาติในอนาคต แต่หากในความเป็นจริงการศึกษา ในปัจจุบันยังไม่สามารถเตรียมให้เยาวชนของเรามีความรู้และทักษะ ที่จำเป็นสูงกว่าระดับพื้นฐานได้ อนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร
ผลจากการประเมินทักษะการเรียนรู้ในระดับนานาชาติ PISA (Program for International Student Assessment) ของปี 2015 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจ โดยประเมินเด็กนักเรียนไทยอายุ 15 ปีเปรียบเทียบกับประเทศร่วมโครงการและกลุ่มสมาชิก OECD รวม 72 ประเทศ พบว่านักเรียนไทยมีผลการประเมินต่ำทุกวิชาในมาตรวัด และมีแนวโน้มที่จะลดต่ำลงอีก
50% รู้เรื่องการอ่านต่ำกว่าระดับพื้นฐาน 53% ของนักเรียนไทยรู้เรื่องคณิตศาสตร์ไม่ถึงระดับพื้นฐาน 46% รู้เรื่องวิทยาศาสตร์ต่ำกว่าระดับพื้นฐาน
นอกจากนี้ผลการประเมินทำให้เราทราบว่า ผลการเรียนรู้ จำนวนครูที่มีคุณวุฒิ อุปกรณ์การเรียนการสอนในแต่ละภาค จังหวัด หรือกลุ่มโรงเรียงต่างสังกัดก็แตกต่างกัน และสิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือกลุ่มนักเรียนกลุ่มโรงเรียนสาธิตและจุฬาภรณฯที่มีคะแนนทัดเทียมมาตรฐานนานาชาติ แต่แตกต่างจากนักเรียนกลุ่มโรงเรียนอื่นราวกับเป็นผลคนละประเทศกัน และเป็นเพียงนักเรียน 1% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดในประเทศ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาในประเทศไทย

ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ตระหนักว่าเด็กไทยทุกคนควรได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกันไม่ว่าจะมาจากครอบครัวที่มีความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรม (Socioeconomic Background) เช่นไรก็ตาม เราเชื่อว่าการจะแก้ปัญหานี้ได้เราจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ โดยการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาที่มีวุฒิปริญญาตรีที่มีศักยภาพ มาทำหน้า่ี่ในบทบาท “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ในโรงเรียนขยายโอกาสเป็นระยะเวลา 2 ปี และในขณะเดียวกันเขาเหล่านั้นก็จะได้รับประสบการณ์จากการทำงานในบริิบทที่ท้าทายมที่เพิ่มทักษะและศักยภาพความเป็นผู้นำ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาของประเทศไทยต่อไปในอนาคต แม้ภายหลังจากจบจากโครงการนี้ไปแล้วก็ตาม
1PISA เป็นโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติที่มีประเทศสมาชิก OECD และประเทศนอกกลุ่มสมาชิก OECD เป็นประเทศร่วมโครงการ (Partner countries) โดยมุ่งเน้นการวัดความสามารถทางการอ่านเขียน (Literacy) รวมถึงศักยภาพในการนำความรู้และทักษะที่เรียนไปใช้ในชีวิตประจำวันของเด็กนักเรียนอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ ซึ่งการประเมินของ PISA จะช่วยชี้ให้เห็นอนาคตเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งผลการ จัดอันดับจากการสำรวจปี 2009 พบว่า ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 51 จาก 65 ประเทศ และในภูมิภาคเอเชีย ไทยเป็นประเทศรองสุดท้าย นำหน้าอินโดนีเซียประเทศเดียว
วิธีการของเรา
เรามุ่งมั่นขจัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาออกจากประเทศไทย ผ่านการสร้างเครือข่ายผู้นำที่เข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลง ในห้องเรียน โรงเรียน และในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม
ปัญหาความเหลื่อมล้าทางการศึกษาเป็นปัญหาที่มีหลายมิติ ทางออกสำหรับปัญหาดังกล่าวจึงไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งอย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าปัจจัยที่ส้าคัญที่สุด ที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ คือ “ความเป็นผู้นำ” เพราะผู้นำคือคนที่กล้าจะริเริ่มผลักดันการเปลี่ยนแปลง คนที่อดทนและมุ่งมั่นต่อความเชื่อของตนเอง และเป็นคนที่เข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ว่าควรจะแก้ไขอย่างไร

เพราะ “คน” คือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศ การแก้ปัญหาการศึกษาอย่างยั่งยืนจึงต้องเริ่มจาก การนำคนที่มีศักยภาพ ความเป็นผู้นำจากทุกภาคส่วน เข้ามาร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าว
ผู้นำการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียน
เด็กนักเรียนในชุมชนรายได้น้อยทุกคนต้องการบุคคลต้นแบบที่เป็นมากกว่าผู้ให้ ความรู้ แต่คือคนที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนถึงอนาคตที่ดีกว่า เชื่อในศักยภาพที่แท้จริง ในตัวพวกเขา พร้อมทำงานหนักทั้งในและนอกห้องเรียนเพื่อนำเขาไปถึงฝันสูงสุด ของเขาได้ เพื่อชดเชยกับความท้าทายเชิงระบบที่รุมล้อมตัวเด็กนักเรียน เราสรรหา คัดเลือกและพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง จากทุกสาขาวิชาชีพ เพื่อเข้าไปปฏิบัติ หน้าที่เป็น “ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ในโรงเรียนขยายโอกาสเป็นระยะเวลา 2 ปี
การเปลี่ยนแปลงในห้องเรียน
“ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง” จุดประกายให้นักเรียนค้นพบเป้าหมายในชีวิตของตนเอง และทำงานอย่างมุ่งมั่นอุตสาหะ เพื่อพัฒนานักเรียนทั้งในด้านทัศนคติ อุปนิสัย การ อยู่ร่วมกับผู้อื่น คุณธรรม จริยธรรม ความรักในการเรียนรู้ อีกทั้งมอบทักษะและ ความรู้ที่จ้าเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้พวกเขาสามารถก้าวไปถึง ความฝันที่ตั้งไว้และเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม ผู้ที่จะกำหนดอนาคต ของประเทศในไม่กี่ปีข้างหน้า
ศิษย์เก่าผู้นำการเปลี่ยนแปลง
การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังดำเนินต่อไปแม้หลังจาก 2 ปีของการ เข้าร่วมโครงการ ประสบการณ์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับจะช่วยสร้างทักษะการ ทำงาน ทักษะความเป็นผู้นำ รวมถึงความเข้าใจถึงปัญหาสังคมอย่างถ่องแท้ และเป็น จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของพวกเขาเหล่านี้ โดยศิษย์เก่า ของโครงการจะกระจายอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคมผลักดันการแก้ปัญหาการศึกษา จากทุกมุมมองของสังคม
การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนจะต้องเกิดขึ้นผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ซึ่งหมายถึง การพัฒนานโยบายการศึกษา การเข้าถึงสาธารณสุขที่ดีและทั่วถึง การแก้ไขปัญหา ความยากจน ชุมชนแออัด การแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ชุมชนแวดล้อม ปลอดภัยขึ้นส้าหรับเด็กนักเรียน เครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เราสร้างขึ้นที่ กระจายไปอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งในแวดวงการศึกษา และในสายงานอื่นๆ จะ มีส่วนที่จะร่วมกันผลักดันวิสัยทัศน์ของเรา เพื่อน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบต่อไป
คุณค่าที่เรายึดมั่น
คุณค่าที่เรายึดมั่นคือ หัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของ  ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ และเป้าหมายในการสร้างความเท่าเทียมทางการ ศึกษาของประเทศไทยให้เป็นจริง
Leadership
ความเป็นผู้นำ - เราเป็นตัวอย่าง ของการเป็นผู้นำ เรากล้าคิดและ มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนที่จะสร้าง ความเท่าเทียมกันทางการศึกษา เรากล้าทำและลงมือปฏิบัติตาม เป้าหมายในระยะสั้นและระยะยาวตามที่เราตั้งไว้
Focus on Impact
มุ่งเน้นที่ผลลัพธ์เชิงบวก – เรา มุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิง บวกในสังคม ด้วยการแก้ไข ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในสังคมไทย ซึ่งเป็นปัญหา เรื้อรังมานานให้ลดลงหรือหมด ไป แม้จะต้องเผชิญอุปสรรค ต่างๆ มากมาย แต่เราเชื่อมั่นใน ศักยภาพของเด็กไทย พลังของ ชุมชน และคนในชาติ
Commitment
ความมุ่งมั่น – เราทุ่มเททำงาน อย่างไม่ย่อท้อ และนำบทเรียนที่ ได้จากประสบการณ์ต่างๆมาเป็นแนวทางในแก้ไขปรับปรุงการทำ งานเอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ ขององค์กร
Collaboration
การร่วมมือกัน – เราเปิดเผยและ เปิดใจรับมุมมองที่แตกต่าง และ เราร่วมมือกันทำงานเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับประเทศของ เรา
Integrity
ความซื่อตรง – เหนือสิ่งอื่นใด เราซื่อตรงในการทำงานกับทุก คน ทั้งพันธมิตรและเครือข่าย เพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสังคม
ทีมงานของเรา

คณะกรรมการมูลนิธิ

  • ศ.ดร. สมฤกษ์ กฤษณามระ
    ศ.ดร. สมฤกษ์ กฤษณามระ
    ศ.ดร. สมฤกษ์ กฤษณามระ
    ประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ
    ตำแหน่งอื่นๆ
    ประธานบริษัท ดีลอยต์ ประเทศไทย
  • เกษสุดา ไรวา
    เกษสุดา ไรวา
    เกษสุดา ไรวา
    กรรมการมูลนิธิฯ
    ตำแหน่งอื่นๆ
    กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)
  • ดร. คุรุจิต นาครทรรพ
    ดร. คุรุจิต นาครทรรพ
    ดร. คุรุจิต นาครทรรพ
    กรรมการมูลนิธิฯ
    ตำแหน่งอื่นๆ
    รองปลัดกระทรวง กระทรวงพลังงาน
  • ศ.ดร. พฤทธ์ ศิริบรรณพิทักษ์
    ศ.ดร. พฤทธ์ ศิริบรรณพิทักษ์
    ศ.ดร. พฤทธ์ ศิริบรรณพิทักษ์
    กรรมการมูลนิธิฯ
    ตำแหน่งอื่นๆ
    อดีตคณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ดร. โอลิเวอร์ ก็อตชัลล์
    ดร. โอลิเวอร์ ก็อตชัลล์
    ดร. โอลิเวอร์ ก็อตชัลล์
    กรรมการมูลนิธิฯ
    ตำแหน่งอื่นๆ
    Executive Vice President Group Strategy & Investor Relations at Berli Jucker Public Co. Ltd (BJC)
  • วิชิตพล ผลโภค
    วิชิตพล ผลโภค
    วิชิตพล ผลโภค
    เลขานุการคณะกรรมการมูลนิธิฯ
    ตำแหน่งอื่นๆ
    ผู้ก่อตั้งและ CEO

ทีมงาน

  • วิชิตพล ผลโภค
    วิชิตพล ผลโภค
    วิชิตพล ผลโภค
    วิชิตพล ผลโภค
    CEO & Founder
    การศึกษา
    University of Oklahoma สาขา Political Science
    ประสบการณ์ทำงาน
    Marketing
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    โอกาสทางการศึกษาคือสิ่งที่ทุกคนควรได้รับ หน้าที่ของเราคือการผลักดันให้เด็กนักเรียนทุกคนเห็นศักยภาพของตนเอง
  • ดุษฎี เตือนอุดมศีล
    ดุษฎี เตือนอุดมศีล
    ดุษฎี เตือนอุดมศีล
    ดุษฎี เตือนอุดมศีล
    Head of Talent Acquisition
    การศึกษา
    วิศวกรรมศาสตร์ SIIT มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 1)
    ประสบการณ์ทำงาน
    Petroleum Engineer, Project Manager, Trainer
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    หลังจากได้รู้จักกับ Teach For Thailand และค้นพบว่า Vision ขององค์กร กับ Vision ในชีวิตของตัวเองมีหลายส่วนที่เหมือนกัน จึงสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับบุคคล สังคม และประเทศชาติ ผมรู้สึกดีที่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีคนที่มีแนวคิดที่ต้องการทําเพื่อคนอื่น และมีความคิดมีความสามารถ พวกเราจะช่วยกันทําให้เกิดความสําเร็จที่ยิ่งใหญ่เพื่อประเทศไทย เพื่อสังคมไทย เพื่อเยาวชนไทย เพื่อ Teach For Thailand และเพื่อตัวเราเอง
  • ณัฐพล จิตต์สุกใส
    ณัฐพล จิตต์สุกใส
    ณัฐพล จิตต์สุกใส
    ณัฐพล จิตต์สุกใส
    Talent Acquisition Associate
    การศึกษา
    Master of Arts, Communication Studies, University of Leeds
    ประสบการณ์ทำงาน
    Researcher, Mediamonitor
  • วัชร เดโชพลชัย
    วัชร เดโชพลชัย
    วัชร เดโชพลชัย
    วัชร เดโชพลชัย
    Head of Training and Support
    การศึกษา
    เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    ประสบการณ์ทำงาน
    ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 1 ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ และ Pipeline Engineer, Technip Engineering Thailand
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    ตอนที่ผมเป็นครูครบ 2 ปี ผมเห็นว่ามันยังมีอีกหลายอย่างที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตการเรียนของนักเรียนของผม หลังจากที่ผมไม่ได้เป็นครูของพวกเขาแล้ว ผมอยากจะมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ที่จะช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเด็กทุกคน โดยผมมีเป้าหมายในอนาคตของผม คือ ลดภาระงานเอกสารของครูด้วยการเชื่อมระบบต่าง ๆ ให้เป็น Paperless และทํา Platform เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ร่วมและ Theory of Problem การศึกษาไทย และเชื่อมโยง Theory of Change ต่างๆ รวมไปถึงสร้างโรงเรียนแนว High Performing Charter School
  • วิชุดา ศรีราชา
    วิชุดา ศรีราชา
    วิชุดา ศรีราชา
    วิชุดา ศรีราชา
    Leadership Development Manager
    ประสบการณ์ทำงาน
    Teacher, International School
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    มาร่วมทํางานกับ TFT เพราะเห็นถึงความสําคัญของการศึกษา เชื่อว่าการศึกษาไทยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการรวมพลังของพวกเรา ขอเป็นหนึ่งในพลังนั้น
  • กันต์ ศรีทันดร
    กันต์ ศรีทันดร
    กันต์ ศรีทันดร
    กันต์ ศรีทันดร
    Leadership Development Manager
    การศึกษา
    รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    ประสบการณ์ทำงาน
    Training, Organizational Development
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    เพราะทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ กำลังสร้างผู้นำสู่สังคม และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการศึกษาไทย
  • สิริกานต์ แก้วคงทอง
    สิริกานต์ แก้วคงทอง
    สิริกานต์ แก้วคงทอง
    สิริกานต์ แก้วคงทอง
    Leadership Development Associate
    การศึกษา
    รัฐศาสตร์ สาขาการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    ประสบการณ์ทำงาน
    ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 1 ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    ปัญหาการศึกษาเป็นปัญญาที่ยิ่งเห็น ยิ่งเข้าใจ แต่เราไม่มีทางแก้จบในวันเดียว และคนเดียว..การร่วมงานกับ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ เหมือนการหาเพื่อนร่วมทาง ที่จะร่วมเดินทางไปกับเราตลอดเส้นทาง
  • ชุติมา สิริพรกวิน
    ชุติมา สิริพรกวิน
    ชุติมา สิริพรกวิน
    ชุติมา สิริพรกวิน
    People and Culture Manager
    การศึกษา
    Bachelor of Arts, Chulalongkorn University. Master of International Business Management, Chulalongkorn University
    ประสบการณ์ทำงาน
    Senior Human Resouces - Recruitment & Selection
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    ไม่อยากเป็นแค่คนที่รับรู้ว่าระบบการศึกษาไทยมีปัญหา แต่อยากเป็นคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และผลักดันการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาไทย
  • ปิยังกูร บุญศิริ
    ปิยังกูร บุญศิริ
    ปิยังกูร บุญศิริ
    Talent Acquisition Associate
    การศึกษา
    ปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    ประสบการณ์ทำงาน
    Sales & Recruiter, Recruitment agency
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    เราเคยทำค่ายอาสาและทำกิจกรรมเพื่อสังคมตอนสมัยเรียนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ เรารู้สึกว่าการทำเพื่อรอยยิ้มและความสุขของใครซักคน มันให้คุณค่าต่อตัวเรามากกว่าการสร้างความร่ำรวยให้องค์กรๆหนึ่ง เราเป็นจุดเล็กๆจุดนึงในสังคม เราอาจจะไม่สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่ถ้าเราสามารถสร้างคนที่มี passion ร่วมกันกับเราได้ เราก็จะมีคนที่สร้างผลกระทบให้กับสังคมได้มากขึ้น แล้ววันหนึ่งสิ่งที่เราอยากจะเปลี่ยนแปลงก็จะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอย่างแน่นอน
  • วุฒยา เจริญผล
    วุฒยา เจริญผล
    วุฒยา เจริญผล
    Head Of Ambassador Network
    การศึกษา
    จบปริญญาอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อปริญญาตรีด้านการศึกษา และถ่ายภาพ Coventry University และ ปริญญาโท Digital Imaging จาก London College of Printing
    ประสบการณ์ทำงาน
    ล่าสุดทำงานที่องค์การเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เป็นผู้อำนวยการโครงการประเทศไทย ทำงานรณรงค์ และขับเคลื่อนการปกป้องคุ้มครองเด็ก และสิทธิเด็ก กับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงภาคีองค์พัฒนาเอกชน
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    ชอบทำงานกับองค์กรไม่แสวงหากำไร และต้องการเรียนรู้ด้านการศึกษา และอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน และประเทศไทย
  • วัชรีพรรณ ศรีทับทิม
    วัชรีพรรณ ศรีทับทิม
    วัชรีพรรณ ศรีทับทิม
    Senior Operations Associate
    การศึกษา
    Bachelor of Art in Media Communications, Webster University และ International MBA in Asia Pacific Business ,National Institute of Development Administration (NIDA)
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    การศึกษาในประเทศของเรามีปัญหา แต่ถ้าทุกคนนั่งรอ และหวังว่าสักวันหนึ่ง มันจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ปัญหานี้ก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง มันจะเป็นแค่ความฝันไปตลอดกาล เราต้องลุกขึ้นมา และลงมือทำมันค่ะ นอกจากนี้การได้มาทำงานในทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ มันยิ่งทำให้เราตระหนักว่า ปัญหาของประเทศ ทุกคนในประเทศต้องร่วมมือกันจริงๆค่ะ
  • ปัณณภัสร์ เจริญยิ่งวัฒนา
    ปัณณภัสร์ เจริญยิ่งวัฒนา
    ปัณณภัสร์ เจริญยิ่งวัฒนา
    External Relations Associate
    การศึกษา
    คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับ 1)
    ประสบการณ์ทำงาน
    สายงานทรัพยากรบุคคล จากบริษัทด้านการเงินและการธนาคาร
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    จากการทำงานมาประมาณ 2-3 ปี พบว่าตนเองอยากทำงานที่มากกว่าการทำงาน ซึ่งหมายถึง การทำงานที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่นและต่อสังคม นอกจากนี้ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า ปัญหาในสังคมหลายๆ อย่างมีรากฐานมาจากการศึกษา ซึ่งทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ มีวิสัยทัศน์และพันธกิจด้านการศึกษาโดยตรงที่มุ่งเน้นระยะยาวและมีความยั่งยืน ซึ่งโมเดลนี้ยังใช้ได้ผลมาแล้วในหลากหลายประเทศ จึงอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ในการร่วมเปลี่ยนแปลงปัญหาด้านการศึกษาไทยไปด้วยกัน 
  • สุรัชร์ ตันติรานนท์
    สุรัชร์ ตันติรานนท์
    สุรัชร์ ตันติรานนท์
    Leadership Development Manager
  • โชคดี สมิทธิ์กิตติผล
    โชคดี สมิทธิ์กิตติผล
    โชคดี สมิทธิ์กิตติผล
    Public Partnerships Manager
  • ธิชาวดี มีสมพืช
    ธิชาวดี มีสมพืช
    ธิชาวดี มีสมพืช
    Senior Communication Associate
    การศึกษา
    อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการแปล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อักษรศาสตรบัณฑิต เอกภาษาอังกฤษ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปาก
    ประสบการณ์ทำงาน
    Experienced content provider & translator with a demonstrated history of working in the retail and service industry. Skilled in PR related content creation from ideation to deployment, as well as project management.
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    อยากมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมผ่านงานด้านการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานของการแก้ปัญหาต่างๆ ในสังคม พร้อมทั้งต้องการพัฒนาศักยภาพของตนเองด้านงานสื่อสารให้หลากหลายยิ่งขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมาเคยแต่ทำงานในแวดวงธุรกิจ จึงอยากสัมผัสประสบการณ์การทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่ลงมือทำสิ่งดีๆ เพื่อผู้อื่นโดยไม่ได้หวังผลกำไรดูบ้าง ซึ่งการทำงานกับมูลนิธิ คุณครู และเด็กๆ ก็ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่นจริงๆ 
  • ศุภธิดา พรหมพยัคฆ์
    ศุภธิดา พรหมพยัคฆ์
    ศุภธิดา พรหมพยัคฆ์
    Head of Partnerships
    การศึกษา
    PhD in Education (กำลังศึกษา๗
    ประสบการณ์ทำงาน
    Educational and Marketing field
  • ชวิน ทิพย์ธนะกาณจน์
    ชวิน ทิพย์ธนะกาณจน์
    ชวิน ทิพย์ธนะกาณจน์
    Talent Acquisition Associate
  • อัฑฒสรณ์ อัศวพัฒนานนท์
    อัฑฒสรณ์ อัศวพัฒนานนท์
    อัฑฒสรณ์ อัศวพัฒนานนท์
    Senior Leadership Development Associate
    การศึกษา
    ปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    ประสบการณ์ทำงาน
    ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 2 Human Resource Management, Employee Relations
    ทำไมถึงมาร่วมงานกับทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
    การแก้ไขปัญหาการศึกษาต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหานั้น ผ่านการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง เพื่อเข้าไปแก้ปัญหานั้น
  • ฐานวีร์ พงศ์พศวัต
    ฐานวีร์ พงศ์พศวัต
    ฐานวีร์ พงศ์พศวัต
    Talent Acquisition Associate
เครือข่ายองค์กร
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาคือปัญหาเชิงระบบที่เกิดขึ้นทั่วโลก เด็กจากครอบครัวรายได้ต่ำมีโอกาสเพียงหยิบมือที่จะเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และถึงแม้จะได้เข้าสู่ระบบการศึกษา โอกาสที่จะประสบความสำเร็จเทียบเท่าเด็กทั่วๆ ไปก็มีเพียงน้อยนิด
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาทำให้หลายประเทศไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่ด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความขัดแย้ง อาชญากรรมและความรุนแรงตามมาเป็นลูกโซไม่รู้จักจบสิ้น นี่คือปัญหาที่เราทุกคนต้องร่วมกันแก้ไข
Teach For All คือเครือข่ายองค์กรไม่แสวงหากำไรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันคือ สักวันหนึ่ง เด็กทุกคนจะได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน เครือข่าย Teach For All ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่าง Teach For America (ในสหรัฐอเมริกา) และ Teach First (ในสหราชอาณาจักร) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มกระบวนการสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ปัจจุบันทั้งสององค์กรได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในองค์กรที่คนรุ่นใหม่ต้องการร่วมงานด้วยมากที่สุด
Teach For All มีองค์กรสมาชิกใน 44 ประเทศทั่วโลก ติดตามข้อมูลของประเทศต่างๆ ในเครือข่ายได้ Teach For All
รายงาน