กลับไปหน้าข่าวสารและกิจกรรม
เมื่อครูวิทย์คิดแนะแนว
28/02/2560
โครงการ "อาชีพนี้ก็มีด้วยเหรอ" เป็นโครงการที่ครูเจิน ฐาปนี ฤทธิ์เกิด ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 2 ของทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ จัดให้กับนักเรียนม.3 โรงเรียนวัดเวฬุวนารามเพื่อเปิดโลกกว้างให้นักเรียนรู้จักอาชีพต่างๆ โดยเชิญวิทยากรจากสายอาชีพนั้นๆ มาสอนนักเรียน สร้างแรงบันดาลใจ และจัดกิจกรรมให้กับนักเรียน



แรงบันดาลใจของเธอในการจัดกิจกรรมนี้ มาจากสถานการณ์จริงที่เธอได้สัมผัสกับนักเรียนและชุมชน เธอพบว่านักเรียนมีความรู้จำกัดในการประกอบอาชีพ เนื่องจากอาชีพที่พวกเขาพบเห็นในชุมชนมีเพียงไม่กี่อาชีพ ทำให้พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีอาชีพอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อไม่รู้ว่าตนอยากประกอบอาชีพอะไรก็ไม่มีความฝันต่ออนาคตของตนเอง หรือหากมีอาชีพในฝัน ก็มีคนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นในชุมชนขยายโอกาสในกทม. ที่จะได้สู่รั้วมหาวิทยาลัยและเข้าถึงอาชีพเหล่านั้น มันจึงเป็นความฝันที่ห่างไกลจากชีวิตของนักเรียน พวกเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ต้องเรียนอะไรเพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย


เมื่อพูดถึงการแนะแนวในปัจจุบัน เจินบอกว่า "โอกาสของนักเรียนขึ้นอยู่กับโรงเรียนของเขามาก ในโรงเรียนใหญ่ๆ อย่างที่เจินเคยเรียนมา จะมีครูด้านจิตวิทยาการแนะแนวโดยเฉพาะ เด็กๆ จะได้ทำแบบทดสอบบุคลิกภาพต่างๆ เพื่อค้นหาว่าตนเองเหมาะจะไปทำอาชีพอะไรได้บ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่อย่างน้อยเขาก็จะได้รู้จักตัวเอง แต่ในโรงเรียนขยายโอกาส แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นักเรียนจะได้รับโอกาสแบบนั้น โรงเรียนที่เจินสอนอยู่ให้ครูภาษาอังกฤษมาเป็นครูแนะแนว การเรียนแนะแนวกลายเป็นเหมือนวิชาพื้นฐานหลักทั่วไป แต่เด็กก็ไม่ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นเลย ในฐานะเจินเป็นครูวิทย์ เจินคิดว่า มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราสอนวิชาอะไร แต่มันอยู่ตรงที่เราตระหนักในความสำคัญของสิ่งที่เด็กควรจะได้รับมากน้อยแค่ไหน เด็กของเจินควรจะได้รู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ดี ทำอะไรได้ไม่ดี รู้จักจุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง และที่สำคัญเขาควรจะรู้จักโลกใบที่กว้างกว่าใบเดิมที่เขารู้จัก เพราะโลกจริงๆ มันกว้างนักและเด็กหลายคนก็มีศักยภาพพอจะไปถึงจุดที่ยิ่งใหญ่ได้ การที่เขาไปไม่ถึงอาจจะเป็นเพราะเขาไม่เคยรู้จักทางไปมาก่อน ทั้งหมดนี่ก็คือสิ่งสำคัญที่เจินคิดว่าเด็กๆ ควรได้รับ พวกเขาจะได้เพิ่มโอกาสในชีวิตของตัวเองได้" 




เจินอยากจะเปิดโลกกว้างและจุดประกายให้กับเด็กๆ จึงได้ริเริ่มโครงการ "อาชีพนี้ก็มีด้วยเหรอ" โดยเชิญชวนเครือข่ายเพื่อนสมัยเรียน และเพื่อนจากค่ายอาสาสมัครต่างๆ ที่เคยเจินไปมาพบกับนักเรียน พร้อมทำกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างทักษะให้กับนักเรียน

วิทยากรอาสาจะเริ่มจากการแนะนำประวัติตนเอง ชีวิตในโรงเรียนช่วงมัธยมต้น และการตัดสินใจเลือกสาขาวิชา เพื่อเชื่อมโยงตัววิทยากรและนักเรียน

หลังจากนั้น วิทยากรจะถ่ายทอดให้นักเรียนฟังว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยส่งผลอย่างไรกับอาชีพในปัจจุบัน และการประกอบอาชีพในปัจจุบัน เกี่ยวข้องหรือกับสิ่งที่เรียนมาอย่างไร มีข้อดีอย่างไร ทำไมถึงเลือกที่จะทำอาชีพนี้ และนักเรียนมีโอกาสจะทำอาชีพนี้ได้หรือไม่ และปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่สร้างเสริมทักษะที่พวกเขาจำเป็นต้องมีสำหรับโลกการทำงาน เช่น ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น




สิ่งที่เธอพบคือนักเรียนมีความสนใจกับหัวข้อเหล่านี้เป็นอย่างมาก พวกเขาถามว่า ถ้าผมอยากทำแบบนี้บ้าง ผมต้องเรียนอะไร ต้องเก่งวิชาอะไร และแน่นอนว่า พวกเขาก็เห็นความสำคัญของการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของครูเจิน และวิชาอื่นๆ ว่าเป็นบันไดขั้นหนึ่งไปสู่อาชีพในฝัน

กิจกรรมนี้ทำให้นักเรียนตื่นเต้นๆ ที่ได้รู้ว่า มีอาชีพอื่นๆ มากกว่าวินมอร์ไซต์ ยาม และขายของข้างทางที่พวกเขารู้จัก ทำให้พวกเขาสนใจทำความรู้จักอาชีพใหม่ๆ และค้นหาวิธีการเพื่อที่จะไปให้ถึงอาชีพที่เขาต้องการ ที่สำคัญที่สุดคือการทำให้เขาเกิดความเชื่อว่า หากมีความมุ่งมั่นและพยายามเสียแล้ว ไม่ว่าความฝันยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็กลายเป็นความจริงได้ 

​"เจินก็เป็นคนคนหนึ่งที่พอจะเห็นโลกใบที่กว้างกว่านักเรียนของเจินมาประมาณหนึ่ง เจินก็เลยอยากเปิดโลกให้เขาได้เห็นอะไรที่กว้างกว่าโลกของเขาบ้าง และบางทีมันก็อาจจะจุดประกายให้เขาไปได้ไกลกว่าที่ใจเขาคิดซะอีก"




นอกจากประโยชน์ที่นักเรียนจะได้รับแล้ว อาสาสมัครก็เช่นกัน เจินเล่าว่า "เจินมีเพื่อนที่เค้าเห็นและรู้ว่าเรามาทำงานตรงนี้พอสมควร หลายๆ คนอยากทำอะไรเพื่อสังคมแบบเจิน แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง พวกเขาก็ไม่สามารถมาทำงานเต็มตัวได้ นั่นทำให้พวกเขายังทำอาชีพต่างๆ มากมายนอกจากครูกันอยู่ เจินคิดว่ามันไม่ใช่อุปสรรค ไม่ว่าใครประกอบอาชีพอะไรก็สามารถมีส่วนร่วมในการทำเพื่อเด็กๆ ได้ เจินก็เลยเปิดโอกาสให้เพื่อนอาชีพแปลกๆ เข้ามาสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโลกให้เด็กๆ เจินคิดว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่อยากเข้ามาสร้างแรงบันดาลใจเมื่อเขามีเวลาเอื้ออำนวย อีกอย่าง โครงการลักษณะนี้ ไม่ยากเลยที่คุณครูท่านอื่นๆ จะนำไปทำในโรงเรียนของพวกเขาอีกด้วย"