กลับไปหน้าข่าวสารและกิจกรรม
เติมเต็มห้องเรียน เปลี่ยนแปลงหัวใจ | ครูพิ้งค์ นีติรัฐ พึ่งเดช
03/08/2560
ย่านชุมชนคลองเตยเป็นย่านที่ใครต่อใครต่างเรียกกันว่า สลัมคลองเตย เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นย่านที่มีความเป็นอยู่แออัด เต็มไปด้วยอาชญากรรม ปัญหายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย แต่ท่ามกลางชุนชนที่ดูน่ากลัวแห่งนี้ ยังมีโรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่ง คือ โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา ชีวิตของเด็กๆ ที่นี่ไม่ได้มีแค่การเรียน พวกเขายังต้องรับมือกับความรู้สึกของตนเอง คนรอบข้าง และความกดดันต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวัน

เมื่อ ครูพิ้งค์ นีติรัฐ พึ่งเดช ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงจาก ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ รุ่นที่ 2 ก้าวเข้ามาเป็นครูภาษาอังกฤษในโรงเรียน ก็ได้พบเห็นปัญหาการขาดโอกาสของเด็กในหลายๆ ด้าน และปัญหาพฤติกรรมของนักเรียน เด็กๆ หลายคนเติบโตมาในครอบครัวและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรุนแรง จึงมีพฤติกรรมก้าวร้าว ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่ครูพิ้งค์สังเกตเห็นทันทีคือ สภาพห้องเรียนภาษาอังกฤษ ที่คงไม่แตกต่างจากสภาพจิตใจของเด็ก คือว่างเปล่าและขาดการเอาใจใส่ดูแล



ครูพิ้งค์ซื้อเสื่อน้ำมันเข้ามาปูใหม่ จากทีแรกที่ไม่มีโต๊ะเรียน ครูพิ้งค์ก็นำโต๊ะไม้เล็กๆ เข้ามา โดยดัดแปลง ใช้วิธีตัดขาโต๊ะที่ไม่ใช้แล้วออก นำโทรทัศน์เข้ามาติดตั้งเพื่อแสดงสื่อการสอน ตกแต่งผนังรอบห้องเรียน ทำให้บรรยากาศเหมาะสม น่าเรียน จนเด็กๆ นึกสนุกวาดภาพการ์ตูนมาให้ติดผนังด้วย 
ครูพิ้งค์เล่าให้ฟังว่า ทีแรกจะจัดห้องโดยให้โต๊ะให้แยกออกจากกัน เด็กแต่ละคนนั่งโต๊ะเดี่ยว แต่ที่ไม่พอ ก็เลยจัดเป็นกลุ่มละ 4 โต๊ะแทน ได้สนับสนุนให้เด็กทำงานกลุ่มไปในตัว การจัดกลุ่มของครูพิ้งค์ยังทำให้เด็กๆ ได้ช่วยเหลือกัน เพราะครูพิ้งค์จัดอันดับคะแนนเด็กจากเทอมก่อน แล้วคละให้เด็กเก่งในอันดับต้นๆ ให้อยู่แยกกลุ่มกัน 

ตอนนี้ถ้าใครเดินเข้ามาในห้อง คงจะสะดุดตาบอร์ดสองบอร์ดบนผนังเป็นพิเศษ บอร์ดหนึ่งเขียนหัวข้อว่า “Why English?” ที่ครูพิ้งค์เล่าว่า ทำขึ้นเพื่อจูงใจให้เด็กๆ มองเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ ด้วยการให้ลองตอบคำถามว่า ภาษาอังกฤษมีประโยชน์อะไรบ้าง ​คำตอบที่หลากหลายก็สะท้อนให้เห็นศักยภาพของเด็กๆ ที่รอให้คนมาผลักดัน หลายคนอยากไปต่างประเทศ มีความใฝ่ฝันไกล บางคนอาจจะแค่อยากเอาภาษาอังกฤษไปอ่านเนื้อเรื่องในเกมคอมพิวเตอร์ให้เข้าใจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงบทเรียนให้เข้ากับสิ่งที่ตัวเองชอบได้

ส่วนอีกบอร์ดหนึ่งที่ใหญ่กว่าคือ “Divergent Score” ที่ให้รางวัลกับห้องที่ตั้งใจเรียน โดยแต่ละห้องจะมีกลุ่ม 5 กลุ่ม ตามแบบในหนังเรื่อง Divergent คือ ผู้ปกครอง ผู้รักสันติ ผู้ทรงปัญญา ผู้คุมกฎ และผู้กล้า ถ้าห้องไหนตั้งใจเรียน ทำตัวดี ก็จะได้คะแนนเยอะ ถ้าชนะห้องอื่นๆ ทั้งหมดในเทอมนั้น ครูพิ้งค์ก็จะพาออกไปเปิดโลกโดยการเที่ยวนอกห้องเรียน บอร์ดนี้จึงมีประโยชน์ถึงสามต่อ คือใช้ควบคุมเด็กในห้อง ใช้สอนการรับผิดชอบงานตามหน้าที่ของกลุ่มตัวเอง และสนับสนุนการทำดี


ในช่วงแรกๆ เด็กๆ ก็ยังไม่รู้จักการดูแลห้องใหม่เท่าไรนัก บ้างก็นำขนมเข้ามากินในห้องแล้วทิ้งขยะไว้ตามพื้น ทำให้ห้องสกปรก ครูพิ้งค์เข้าใจว่าเด็กๆ ไม่เคยชินกับการดูแลห้อง เพราะบ้านของพวกเขาเป็นที่ที่แออัด ขนาดราว ๆ หนึ่งในหกของห้องเท่านั้น จึงถือโอกาสใช้สถานการณ์ดังกล่าวสอนเรื่องการดูแลรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบไปแทน ด้วยการแสดงสภาพห้องที่สกปรกไม่น่าดูให้เด็กๆ เข้าใจ


ถึงจะมีปัญหามากมายแต่ครูพิ้งค์ก็มองปัญหาด้วยความเข้าใจ และปรับมุมมองให้เป็นกลายเป็นโอกาสพัฒนาเด็กเสมอ ครูพิ้งค์ยังถ่ายทอดการปรับทัศนคตินี้ให้เด็กๆ จากเดิมที่เด็กมองว่าตัวเองไม่ดี เป็นกุ๊ย เรียกโรงเรียนตัวเองว่า “โรงเรียนชุมโจร” และไม่กล้าจะฝันเป็นอะไรมากกว่าคนขายก๋วยเตี๋ยวหรือวินมอเตอร์ไซค์ ครูพิ้งค์ก็ช่วยให้เด็กมองตัวเองดีขึ้น และกล้าฝันโดยไม่กลัวโดนหัวเราะเยาะ ที่สำคัญคือ ครูพิ้งค์เน้นให้เด็กภูมิใจในชุมชนของตัวเอง



การปรับเปลี่ยนต่างๆ ของครูพิ้งค์นั้นมาจากความเข้าใจ ครูพิ้งค์ทำสิ่งที่เติมเต็มโอกาสให้กับเด็กๆ ด้วยการทำให้พวกเขามองตนเองด้วยมุมมองใหม่ และผลักดันให้เขาไปสู่ความฝันที่วาดหวัง ด้วยความเชื่อมั่นที่แรงกล้าว่า “เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันและล้วนมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จได้” ครูพิ้งค์ นีติรัฐ พึ่งเดช จึงใช้คุณลักษณะความเป็นผู้นำมาผลักดันตนเองและผู้อื่นเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ นั่นก็คือการสนับสนุนให้เด็กๆ กล้าคิด กล้าฝันถึงวันที่ดีกว่า และภาคภูมิใจในชุมชนของตน ครูพิ้งค์ยังเป็นตัวอย่างที่ดียิ่งของผู้ที่รู้จักบริหารจัดการทรัพยากรที่มีและเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น อดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก เมื่อพบอุปสรรค เช่น ความไม่พร้อมของสถานที่ ปัญหาพฤติกรรมของเด็กๆ ก็สามารถเปลี่ยนอุปสรรคเหล่านั้นเป็นโอกาสในการพัฒนาได้

หลังจบโครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ครูพิ้งค์ตั้งใจจะศึกษาต่อและกลับมาก่อตั้ง “โรงเรียนสอนเสริม” เพื่อเพิ่มเติมความรู้ให้แก่เด็กๆ ที่สนใจใฝ่เรียนแต่ขาดโอกาสในชุมชนคลองเตย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเรื่องราวของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับการสร้างผลกระทบเชิงบวก เริ่มต้นจากห้องเรียนเล็กๆ สู่โรงเรียน สังคม และประเทศไทย ได้ที่นี่ – ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์