กลับไปหน้าข่าวสารและกิจกรรม
เปลี่ยนไม้เรียวเป็นไม้คทา “ห้องส่งความสุข” ในแบบของ ตนุภัทร มงคลสิริจันทร์ (ครูปุ๋ง)
25/09/2560

จุดเริ่มต้น
เริ่มต้นจากการมีครูสมศรีและครูลูกกอล์ฟเป็นครูในดวงใจ ตนุภัทร มงคลสิริจันทร์ บัณฑิตคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ “ครูปุ๋ง”  ของเด็กๆ โรงเรียนวัดบางปะกอก ได้นำความตั้งใจที่อยากทำงานเกี่ยวข้องกับการศึกษา มาเป็นแรงบันดาลใจในการร่วมโครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ แม้จะรับรู้มาบ้างว่าเด็กๆ ในโรงเรียนขยายโอกาสของกรุงเทพมหานครอาจมีปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อนและหลากหลาย หากเมื่อมาเจอสถานการณ์ปัญหาจริง ทั้งเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็ก ปัญหายาเสพติด  ปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ฯลฯ ครูปุ๋งก็ยังรู้สึกว่าปัญหาของเด็กๆ ที่นี่ค่อนข้างจะเกินความคาดหมาย จึงเริ่มต้นหาทางออกด้วยการรับฟังปัญหา และไปปรึกษากับครูประจำชั้นเพื่อหาทางออกร่วมกัน เป็นที่มาของการทำงานร่วมกับครูพี่เลี้ยงและครูประจำชั้น ผู้คอยให้คำแนะนำที่ดีมาโดยตลอด

ความท้าทายของครูปุ๋ง
ความท้าทายหลักๆ ของครูปุ๋งคือ การปรับมุมมองของเด็กนักเรียนที่เดิมทีมีแรงจูงใจติดลบ เพราะเคยโดนกดดันดูถูกจากคนรอบข้างและคุณครูภาษาอังกฤษในอดีต ครูปุ๋งจึงเน้นวิธี ปลูกฝังมุมมองใหม่ๆ ปลุกกำลังใจด้วยเทคนิคต่างๆ และเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ามาปรึกษาทั้งปัญหาด้านการเรียนและปัญหาส่วนตัวได้เสมอ ภาพที่เราได้เห็นในห้องเรียนของครูปุ๋งจึงเป็นภาพคุณครูที่ถือไม้คทานางฟ้า ฉีกภาพครูถือไม้เรียวในอดีตไปโดยสิ้นเชิง

ด็กนักเรียนส่วนใหญ่ได้รับแรงกดดันตั้งแต่ชั้นประถม โดนตำหนิด้วยคำพูดที่รุนแรง โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ ความท้าทายของปุ๋งจึงเป็นการทำให้เด็กที่แรงจูงใจเป็นศูนย์ กลับมาอยากเรียนอีกครั้ง ครูปุ๋งเริ่มต้นด้วยการพยายามทำความเข้าใจ สร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากเรียนอังกฤษ แม้จะต้องใช้ระยะเวลาเป็นปีกว่าจะเปลี่ยนเด็กนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ให้สามารถเขียนภาษาอังกฤษและแนะนำตัวได้อย่างคล่องแคล่ว ก็นับว่าคุ้มค่ากับการที่เด็กๆ กลับมามีความภาคภูมิใจในตนเอง และพูดได้อย่างเต็มปากว่า “หนูชอบภาษาอังกฤษ”

หนึ่งในวิธีการของครูปุ๋งคือถ้าเด็กตอบผิด จะพยายามให้กำลังใจว่าพยายามอีกนิดหนึ่ง ไม่เป็นไร ทำให้เด็กไม่กลัวที่จะผิด
ปุ๋งชอบสอนเด็กที่ไม่พร้อมมากกว่าเด็กที่พร้อมนะ วันหนึ่งถ้าเด็กหันมามองว่า เขาเคยอยู่ในห้องที่ไม่พร้อม แต่ดึงตัวเองขึ้นมาได้ เขาจะภาคภูมิใจ” 

ปรับเข้าหากัน
เด็กๆ ส่วนใหญ่มีปัญหาส่วนตัวมาจากครอบครัว ทำให้มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในบางครั้ง ครูปุ๋งรับมือด้วยการค่อยๆ เข้าไปสะกิดเด็ก ขอพูดคุยหลังเลิกเรียนเพื่อไม่ทำให้เขาขายหน้าเพื่อนๆ และสอนดีๆ ว่าสิ่งนี้มันปรับได้ เพื่อไม่ให้เด็กๆ นำพฤติกรรมที่ไม่ดีไปทำในอนาคต

สนามฝึกแห่งนี้ชื่อ “โรงเรียน”
โรงเรียนก็เหมือนชุมชนขนาดย่อมที่ประกอบด้วยกลุ่มคนหลากช่วงวัยและประสบการณ์ชีวิต เริ่มตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการโรงเรียน ครู ไปจนถึงนักเรียน การเข้ามาทำงานในโรงเรียนเป็นเวลาสองปี จึงเสมือนสนามฝึกปรือให้ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงเข้าใจระบบการทำงานจริงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงานอย่างเป็นระบบและการประสานความร่วมมือกับคนทุกระดับทุกช่วงวัย จากตอนแรกที่ครูปุ๋งเข้ามาสอนใหม่ๆ และยังมีความคิดแบบเด็กมหาวิทยาลัยที่จบใหม่ เมื่ออยากเสนอโครงการ ก็นำไปเสนอผู้อำนวยการเลยโดยไม่ปรึกษาครูท่านอื่นๆ ก่อน ต่อมาจึงเริ่มเข้าใจและเรียนรู้วิธีทำงานที่มีการประสานความร่วมมือและเคารพซึ่งกันและกัน ทำให้ครูปุ๋งเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและเด็กๆ ทุกคน ถึงขนาดที่ผู้อำนวยการ เพ็ญศรี คชศิลา เอ่ยชมเชยว่า “หากครูรุ่นใหม่มาต้องคุณภาพเทียบเท่ากับครูปุ๋งนะ”


“ครูทีชฯ มีเทคนิคใหม่ๆ สื่อใหม่ๆ เข้ามาเสริม ทำให้การเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษดีขึ้น เด็กๆ มีความสนใจ กล้าพูดกล้าคุยมากขึ้น ไม่หลบตาครูต่างชาติ เด็กของเราเคยไม่ชอบภาษาอังกฤษ สอบอย่างไรก็ได้คะแนนไม่ดี แต่ปีนี้กระเตื้องขึ้น”


“ทำอย่างไรก็ได้ให้เด็กรักครู เข้ากับครูได้ ครูปุ๋งทำให้เด็กรักครูได้ มีอะไรเด็กจึงร่วมมือตลอด”

ผู้อำนวยการ เพ็ญศรี คชศิลา กล่าว

เป้าหมายในเส้นทางการศึกษา
ด้วยความสนใจอยากทำงานเกี่ยวข้องกับการศึกษาต่อไป หลังจบจากโครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงแล้ว ครูปุ๋งอยากสอบชิงทุนเรียนต่อโททางด้านสอนที่ Leeds University ซึ่งสอนเทคนิคการสอนอังกฤษโดยเฉพาะ หลังสำเร็จการศึกษาแล้วค่อยกลับมาเปิดโรงเรียนพิเศษที่ผู้ปกครองของเด็กๆ ไม่จำเป็นต้องมีเงินมากมาย ก้สามารถส่งลูกหลานมาเรียนได้ โรงเรียนสอนพิเศษแห่งนี้จะช่วยปรับทัศนคติให้เด็กๆ รักการเรียนภาษาอังกฤษ และส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบที่ใช้จริงในชีวิตได้

รวมเทคนิคการสอนของครูปุ๋ง
o   เล่นกับเทรนด์ต่างๆ ใน pop culture เช่น นำ icon อย่าง Justin Bieber มาเป็นตัวประกอบของตัวอย่างประโยค
o   นำเพลงฮิตมาแปลงให้เป็นเนื้อร้องเกี่ยวกับไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
o   สร้างสถานการณ์ห้องเรียนให้เหมือนเป็นเกมโชว์ที่มีนักเรียนเป็นผู้เล่น เช่น มีการตอบคำถามแข่งขันกัน การเปิดแผ่นป้ายชิงทอง การเป่ายิ้งฉุบแข่งกัน ผู้ชนะได้ไปจับฉลากป้ายโฆษณาเหมือนในเกมโชว์ เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นและการมีส่วนร่วมให้กับนักเรียน
o   เตรียมสื่อการสอนในรูปแบบของ powerpoint หรือภาพประกอบที่มีสีสันและรูปภาพของคุณครูและนักเรียน เพื่อดึงดูดความสนใจของนักเรียน สร้างอารมณ์ขัน การมีส่วนร่วม และทำให้จดจำได้ง่าย
o   ใช้ทั้งภาพและเสียงประกอบกัน เช่น เมื่อครูสอนคำศัพท์คำใหม่ ครูจะฉายภาพประกอบคำศัพท์คำนั้นๆ และให้ตัวแทนนักเรียนกดกริ่งหนึ่งครั้ง  เพื่อให้นักเรียนบันทึกคำศัพท์คำนั้นลงสมองได้อย่างแม่นยำ
o   คอยเรียกสมาธิเด็กกลับอยู่เรื่อยๆ ด้วยกิจกรรม ‘clap your hands’
o   ใช้เทคโนโลยีและโซเชิียลเน็ตเวิร์กเพื่อเชื่อมต่อกับโลกของเด็กๆ เช่น facebook page Kru Pung TFT ครูปุ๋งจะโพสต์ live video ช่วงวันหยุด โดยเน้นติวเนื้อหาก่อนนักเรียนสอบ, โพสต์     รูปหรือคติให้กำลังใจ, โพสต์การบ้านหรือแบบฝึกหัดแบบ interactive โดยให้นักเรียนตอบคำถามใน comments section ซึ่งเด็กๆ เข้ามาร่วมตอบคำถามถึง 625 คอมเมนต์ นอกจากนี้ ครูปุ๋งยังใช้ facebook เป็นช่องทางในการให้คำปรึกษาปัญหาส่วนตัวต่างๆ แก่เด็กๆ  
o  หลักเกณฑ์ในการให้คะแนนวิชาภาษาอังกฤษแก่เด็กๆ จะมีทั้งคะแนนการพูด การฟัง การอ่าน การเขียน และคะแนนความวิริยะอุตสาหะ เช่น ให้เด็กๆ สอบ Speaking ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง จนกว่าจะได้คะแนนที่เด็กรู้สึกพอใจ
o  ส่งเสริมให้เด็กได้ฝึกปรือความสามารถพิเศษของตน เพื่อส่งเสริมความมีส่วนร่วม และเสริมสร้างกำลังใจ เช่น หากเด็กคนไหนเก่งศิลปะก็ให้มาช่วยทำโปสเตอร์ประกอบการเรียน




-----------------------------------------------------------
ติดตามเรื่องราวของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง กับการสร้างผลกระทบเชิงบวก เริ่มต้นจากห้องเรียนเล็กๆ สู่โรงเรียน สังคม และประเทศไทย ได้ที่นี่ – ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์