กลับไปหน้าข่าวสารและกิจกรรม
เรื่องราวจากห้องเรียน | ฐาปนี ฤทธิ์เกิด ศิษย์เก่าผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 2
07/02/2561


ถ้อยคำเปี่ยมความหวังนี้คือคำสัญญาที่บ่งบอกถึงความตั้งใจจริงจากเด็กชายผู้เคยเงียบขรึมอมทุกข์ แต่ด้วยความเอาใจใส่และการเล็งเห็นศักยภาพอันแท้จริงของนักเรียน ”ครูเจิน” ฐาปนี ฤทธิ์เกิด ศิษย์เก่าผู้นำการเปลี่ยนแปลง อดีตครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 2 ที่ปฏิบัติการสอน ณ โรงเรียนวัดเวฬุวนาราม จึงก่อเกิดจุดเปลี่ยนของชีวิตเด็กชายซี หรืออัษฎายุธ ทองดาษ ดาวดวงน้อยที่ทอแสงแห่งแรงบันดาลใจในวันนี้ 

“เจินได้สอนซีครั้งแรกตอนที่เขาอยู่ ม.2 เทอม 2 และสอนมาเรื่อยๆ จนเขาจบ ม.3 รวมเป็น 3 เทอมที่ได้เห็นพัฒนาการของนักเรียนคนนี้ ตอนเจอครั้งแรกซีเป็นเด็กที่เงียบมาก ไม่พูดไม่จา เจินลองให้นักเรียนเขียนจดหมายอะไรก็ได้ถึงครูเจิน ทำให้เขาได้ระบายความในใจเรื่องที่เขาไม่มีความสุขในห้องเรียน หลังจากนั้นเจินเลยเรียกเขามาพูดคุยช่วงพักกลางวัน จนเขาเชื่อใจที่จะเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง ทั้งปัญหาที่บ้านและความสนใจด้านดาราศาสตร์” เจินเกริ่นให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ครูเข้าถึงและเข้าใจศิษย์ผู้นี้ 

“หลังจากนั้นทุกช่วงพักกลางวันและเย็น ซีจะเข้ามาหาเพื่อคุยเรื่องดวงดาวใหม่ๆ ที่เขารู้จักจากการอ่านหนังสือเองและดู Youtube เขาสามารถเล่า
เรื่องราวของดาวต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว บางครั้งเขาก็รู้มากกว่าเจินอีก

เจินจึงมองเห็นพรสวรรค์ของเขา และเจินอยากให้เขาได้อยู่กับสิ่งที่เขารัก วันเกิดของเขาเจินเลยซืื้อสมุดโน้ตลายกาแล็คซี่ให้เป็นของขวัญ เขาก็นำไปจดความรู้ต่างๆ และตัดภาพจากหนังสือเก่าๆ มาติดในสมุดซึ่งเจินเห็นว่ามันดีมากๆ เจินได้เห็นสีหน้าแววตาของเขาค่อยๆ มีชีวิตชีวาขึ้นมากจากเทอมแรกที่สอน ตอนหลังซีเป็นเด็กท่ีพูดเก่งมากขึ้น ยิ้มมากขึ้นและดูมีความสุขขึ้นมาก”


หลังจากซีจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนวัดเวฬุวนารามซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่เปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขาจึงไปศึกษาต่อมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทย์คณิต และกลับมาเยี่ยมครูเจินที่โรงเรียน พร้อมเล่าเรื่องปัญหาการเงินที่บ้านที่อาจจะทำให้เขาไม่สามารถศึกษาต่อจนจบได้

"ช่วงนี้ซีกลับมาหาเจินที่โรงเรียนด้วยหน้าตาอมทุกข์อีกแล้ว ตอนนี้ซีไปเรียน ม.4 ที่โรงเรียนมัธยมอีกแห่ง ไม่ไกลจากโรงเรียนเดิม ซีเรียนสายวิทย์-คณิต เพราะเขาตั้งใจแล้วว่าอยากเป็นนักดาราศาสตร์ ฉันแซวซีว่าทำหน้าเศร้ามาแบบนี้ ไม่มีใครคุยเรื่องดาวด้วยแล้วสิ....แต่ปรากฏว่าปัญหาของซีตอนนี้ใหญ่กว่าแค่ไม่มีใครคุยเรื่องดวงดาว แต่เขาอาจจะไม่มีเงินเรียนจนจบ ม.6 และสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้"



"ซีเล่าว่าตอนนี้ที่บ้านมีปัญหาการเงินมาก อย่าว่าแต่จะเดินทางไปดาวอังคารเลย ตอนนี้แค่เดินทางไปโรงเรียนก็ยากสำหรับเขา บางวันเขาก็ไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะไม่มีเงินค่ารถและค่าอาหาร โรงเรียน ม.ปลาย ไม่ได้ให้อาหารกลางวันฟรีเหมือนโรงเรียนเก่าอีกต่อไป กระเป๋านักเรียนที่โรงเรียนใหม่บังคับซื้อเขาก็ซื้อไม่ได้และต้องวิ่งหลบครูฝ่ายปกครองเพราะใช้กระเป๋าอื่นไปโรงเรียน ค่าเครื่องแบบ ร.ด. ก็จ่ายช้ากว่าคนอื่นจนโดนทวงบ่อยๆ ที่บ้านของซีมีแม่เป็นคนหารายได้หลักเพียงคนเดียว ซึ่งเงินจำนวนหมื่นต้นๆ กับการดูแลทั้งยายที่ป่วยเป็นโรคไต ค่าเช่าบ้าน หนี้สิน และทุกคนในครอบครัว ก็ดูจะหนักเหมือนกัน รายได้อีกทางมาจากพ่อเลี้ยงซึ่งวิ่งวินมอเตอร์ไซค์ ซีบอกว่าบางวันพ่อก็ไม่มีลูกค้า และซีเองก็ดูกังวลกับเรื่องนี้อยู่เสมอ -- แล้วพรสวรรค์ที่เขามีจะช่วยอะไรเขาได้ ถ้าไม่มีโอกาสได้แสดงออกมา" ครูเจินกล่าว

ครูเจินเสียดายศักยภาพของนักเรียน จึงริเริ่มการโพสต์ระดมทุนในเฟสบุ๊ค และหลังจากผ่านไป 4-5 วัน นักเรียนของเธอก็ได้รับเงินบริจาคเป็นจำนวนหกหมื่นกว่าบาท ครูเจินจึงปิดการระดมทุน ในขณะเดียวกัน จากโพสต์นี้ทำให้มีหน่วยงานทางดาราศาสตร์ต่างๆ ทั้งสมาคมดาราศาสตร์ไทย, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รวมถึงมูลนิธิยุวพัฒน์ ได้ติดต่อเข้ามาให้ความช่วยเหลือนักเรียนของครูเจิน



ฐาปนี ฤทธิ์เกิด ศิษย์เก่าผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 2 กับเรื่องราวการระดมทุนผ่านเฟซบุ๊ก
เพื่อเป็นทุนสนับสนุนด้านการศึกษา ให้นักเรียนของเธอได้ศึกษาต่อและมุ่งสู่เส้นทางที่เขาฝันไว้


“ทางสมาคมดาราศาสตร์ไทยเชิญนักเรียนไปเที่ยวงานนิทรรศการวันวิทยาศาสตร์ และมอบอุปกรณ์และสื่อทางดาราศาสตร์และหนังสือให้จำนวนหนึ่ง ส่วน GISTDA สรรหานักเรียนไปเป็น Ambassador ของทางองค์กร โดยจะให้เงินสนับสนุนจำนวนหนึ่งแสนบาทเมื่อนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ เขียนบทความเกี่ยวกับดาราศาสตร์ที่สนใจ 4 บทความต่อเดือน, จัดทำ Video เผยแพร่ความรู้ดาราศาสตร์ 4 เรื่องต่อปี และเข้าร่วมกิจกรรมกับทาง GISTDA เช่น การเป็นมัคคุเทศก์น้อยให้กับพิพิธภัณฑ์อวกาศ เพื่อการติดตามสนับสนุนนักเรียนได้ดีขึ้น ก่อนเจินไปศึกษาต่อเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา จึงได้เชิญ ผอ.ที่โรงเรียนวัดเวฬุฯ ให้ไปพบกับ ผอ. โรงเรียนปัจจุบันของนักเรียน เพื่อการประสานงานสนับสนุนนักเรียนคนนี้ต่อไปค่ะ”  

เรื่องราวของครูเจินคือหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นบทบาทของ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่นำศักยภาพของตนมาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้การศึกษาไทย ผ่านบทบาทผู้นำในห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง สามารถเลือกเส้นทางชีวิตได้อย่างเชื่อมั่น และสร้างอนาคตของเขาและคนรอบตัวให้ดีขึ้น ปัจจุบัน ฐาปนี ฤทธิ์เกิด สำเร็จจากโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงแล้ว และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะ Comparative Education เอก Educational Leadership and Policy ที่มหาวิทยาลัยครุศาสตร์ปักกิ่ง เพื่อศึกษาการแก้ปัญหาเชิงนโยบาย โดยใช้การศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เธอมีเป้าหมายที่จะทำงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการศึกษาในภาพที่ใหญ่ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการศึกษาในเชิงระบบต่อไป | TFTDiary
-------------------------------------------------------------------------

#TFTdiary #TeachForThailand #FellowshipProgram #การศึกษาไทยเปลี่ยนได้