กลับไปหน้าข่าวสารและกิจกรรม
แก้ปัญหาเด็กติดเกมด้วยเกม | วรชาภา บรรยงคิด (แฟร์)
02/03/2561


“เธอโชคดีจังเลยที่มีครูดีตลอด” ประโยคนี้ของเพื่อนสมัยมัธยมคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ วรชาภา บรรยงคิด (แฟร์) เริ่มเบนเข็มมาสนใจงานด้านการศึกษา และก้าวเข้ามามีส่วนแก้ไขปัญหาผ่านการเป็นครูผู้นำในโครงการ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ เพราะเธอมองว่าเด็กทุกคนควรได้เจอครูที่ดี เจอสิ่งดีๆ และการมีครูที่ดีไม่ควรขึ้นอยู่กับโชคชะตา

10..9..8..7..6

เสียงนับถอยหลังดังขึ้น เพื่อเตรียมให้นักเรียนสงบ นั่งประจำที่และพร้อมเข้าสู่บทเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เริ่มต้นด้วยการใช้เกมแฮงก์แมนเพื่อทายว่าวันนี้จะเรียนเรื่องใด นี่คือบรรยากาศในห้องเรียนชั้น ม. 2/6 ของ “ครูแฟร์” วรชาภา บรรยงคิด ที่โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์

เพราะทุกครั้งที่แฮงก์แมนตายคือการบ้านหนึ่งข้อ เด็กๆ จึงตื่นเต้นและตื่นตัวที่จะช่วยกันหาคำตอบอย่างเต็มที่ ความกระตือรือร้นที่เกิดขึ้นเมื่อครูนำเกมมาใช้ประกอบการสอนในลักษณะนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรม “ROV Tournament” ที่สร้างประวัติการณ์การแก้ ร. และ 0 ของนักเรียนที่นี่แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

“เราสังเกตว่านักเรียนชอบเล่นเกมมาก จึงคิดว่าน่าจะหากิจกรรมที่ทำให้เด็กรู้จักแบ่งเวลาว่าตอนไหนควรทำอะไร จึงได้ลองนำเกม ROV มาใช้กระตุ้นให้เขาฝึกความรับผิดชอบและการจัดสรรเวลา ดึงสิ่งที่เขาชอบมาเป็นแรงจูงใจให้เขาได้พัฒนาตนเองโดยที่เด็กๆ ยังรู้สึกสนุกไปด้วย ” ครูแฟร์เล่า


 
ก่อนเข้ามาร่วมโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ครูแฟร์สำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยเป็นติวเตอร์วิชาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์มาก่อน หลังจากสำรวจตนเองแล้วว่าสนใจอยากเป็นครูจึงสมัครเข้ามาร่วมโครงการ แม้จะไม่ได้ร่ำเรียนมาโดยตรงด้านครุศาสตร์ แต่ด้วยการเตรียมตัวที่ดี ความตั้งใจจริงและความเชื่อมั่นว่าไม่ว่าจะเรียนอะไรก็ช่วยเรื่องการศึกษาได้ด้วยการนำสิ่งที่ตนเองชอบมาต่อยอด และผลลัพธ์ในวันนี้ก็เป็นไปตามความตั้งใจ เราเห็นภาพคุณครูที่เดินไปไหนก็มีกลุ่มนักเรียนติดสอยห้อยตาม มากอด มาจับมือและยิ้มให้อย่างอบอุ่น แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ครูแฟร์เล่าว่าเธอเผชิญความผิดหวังมาไม่น้อย

“เราพบว่าเด็กขาดความรับผิดชอบและเคยชินกับความรุนแรงระดับหนึ่ง แฟร์เข้ามาสอนชั้น ม. สอง เจอเด็กที่เฮี้ยวมาก ท้าทายเราตั้งแต่คาบแรก และมีปัญหามากเรื่องการไม่ส่งงาน เขาจะเลือกทำงานเฉพาะวิชาที่ครูดุเท่านั้น พอเราเป็นครูที่ใจดีเขาก็ไม่สนใจทำงานส่ง เราพอเข้าใจได้จึงพยายามหาวิธีพูดกับเด็กให้มีความรับผิดชอบ ทำให้เด็กเห็นว่าเราเป็นครูที่ตั้งใจมาสอนเขาจริงๆ ไม่ใช่ครูที่ตั้งใจมาสั่งเขา”

“เราใช้วิธีเริ่มต้นจากความสัมพันธ์ที่ดีก่อน เหมือนเด็กได้ตั้งกฎเอง และเราจะไม่ตีเด็กเลย แต่ใช้วิธีลงโทษวิธีอื่นๆ เช่น นับถอยหลังสิบวินาทีเพื่อให้เด็กพร้อมฟัง ถ้าทำไม่ได้ ไม่ส่งการบ้าน ไม่รับผิดชอบ เราก็จะตักเตือนครั้งที่สองและสาม และใช้วิธีสอนแบบไม่พูด เขียนกระดานอย่างเดียว เด็กก็จะอึดอัดมากจนเขามาบอกว่า ครูให้การบ้านมาเลยเถอะ ถ้าเด็กตั้งใจเรียนครูก็จะมีเกมให้เล่นและลดจำนวนข้อการบ้าน”



“ส่วน ROV Tournament นี้
ครูแฟร์ ครูพลอย (กิติยาพร พงศ์แพทย์) จากโรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา และครูเอ็ม (ธนิต แคล้วโยธา) จากโรงเรียนเพี้ยนพินอนุสรณ์ ช่วยกันริเริ่มขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเด็กติดเกมแล้วเสียการเรียน รางวัลของทีมที่ชนะคือ การได้ไปพบปะและทานข้าวกับเกมเมอร์และนักพัฒนาเกมมืออาชีพซึ่งเป็นอาชีพในฝันของเด็กๆ เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ว่าการทำอาชีพเหล่านั้นต้องมีทักษะและจัดสรรเวลาอย่างไรบ้าง แต่นักเรียนที่จะสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ต้องไปเคลียร์ตัวเองเสียก่อน ปรากฎว่าเด็กๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมกันอย่างล้นหลาม ทีมไหนมีเพื่อนติด 0 ติด ร. ก็ช่วยกันผลักดันเพื่อนๆ ให้แก้ไขก่อนจึงจะสมัครได้ คุณครูท่านอื่นๆ และ ผอ. ก็ให้การสนับสนุนกิจกรรมเพราะกิจกรรมนี้จัดตอนเที่ยง ไม่กระทบต่อคาบเรียน กระตุ้นให้นักเรียนรู้จักความรับผิดชอบและส่งผลดีต่อนักเรียนจำนวนมาก”


ขอขอบคุณภาพจากคลิปโดย 
http://www.startyourway.com

“เป้าหมายต่อไป พวกเราตั้งใจว่าจะพาเด็กๆ ไปแข่งขันรอบไฟนอลกันที่ บริษัท การีนา ออนไลน์ ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการประสานขออนุญาตอยู่ค่ะ”

เมื่อสอบถามครูแฟร์ถึงเป้าหมายต่อไปในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงบ้าง เธอบอกเราว่าอยากเป็นครูต่อไป เพราะรู้สึกว่างานครูทำให้เธอได้รับความสุขจากการทำให้ชีวิตของเด็กๆ ดีขึ้นได้โดยตรง

“การเป็นครูก็จะต้องมีภาระการทำงานหนักหน่อย แต่เราก็เต็มใจทำเพราะอยากให้เด็กเขาได้มากที่สุดจริงๆ นอกห้องเรียนแฟร์จึงทำ ‘กระดานครูแฟร์’ สรุปบทเรียนแต่ละบททำเป็นภาพและข้อความสั้นๆ โพสต์ทางเฟสบุ๊ก
Krupfair tft  ซึ่งเด็กๆ เขาอยู่ในวัยที่ชื่นชอบสื่อแบบนี้อยู่แล้วจึงเชื่อมโยงกันได้ง่าย ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุกได้”



การใช้สื่อและกิจกรรมที่เข้าถึงและเข้าใจนักเรียนวัยรุ่นได้ง่าย ทำให้ครูแฟร์สนิทสนมกับเด็กๆ มาก “เด็กๆ เป็นวัยที่อยากได้รับการยอมรับ อยากเข้าสังคม เราจะไม่ห้ามเขาเพราะยิ่งห้ามเขาอาจยิ่งเตลิด เราจึงทำหน้าที่เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจและเป็นเพื่อนสนิทของเด็กๆ เพราะเราทำให้เค้าเห็นแต่แรกว่า เขาเล่นกับเราได้ในขอบเขต เราจะหยุดเขาทันทีหากมีคำพูดที่ไม่เหมาะสม และบอกเหตุผลกับเขา”




"กระดานครูแฟร์" จาก
เฟสบุ๊ก Krupfair tft สรุปเนื้อหาจากบทเรียนแบบย่อยง่ายจำได้แม่น 



เรียนกับครูแฟร์แล้วเข้าใจดีค่ะเพราะครูจะสอนแบบช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป และนำกิจกรรมมาช่วยให้นักเรียนเห็นภาพชัดขึ้น มีกระดานครูแฟร์ด้วยทางเฟซบุ้ก หนูชอบมาปรึกษาครูเรื่องความรักและก็หลายๆ เรื่องด้วยค่ะ” -- อาภัสรา (พลอย), นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


เราบอกลาครูแฟร์ วรชาภา บรรยงคิด ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 3 เธอสัญญาเป็นมั่นเหมาะว่า จะอัปเดตเรื่องการแข่งขัน ROV Tournament ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการและพฤติกรรมที่ดีขึ้นของเด็กๆ ให้พวกเราได้ติดตามกันที่นี่ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์  | TFT Diaries

#Teachforthailand #TFTdiary #FellowshipProgram #การศึกษาไทยเปลี่ยนได้ #BeTheChangeMaker #ROV

-------------------------------------
ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆ จาก
  • ครูแฟร์ วรชาภา บรรยงคิด (โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์) ครูพลอย กิติยาพร พงศ์แพทย์ (โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา) และครูเอ็ม ธนิต แคล้วโยธา (โรงเรียนเพี้ยนพินอนุสรณ์) ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 3 ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
  • คลิป “แก้ปัญหาเด็กติดเกมด้วยเกม ROV” https://m.youtube.com/watch?v=W5uxY-f2DjI
  • ร่วมสนับสนุนโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ http://bit.ly/2oJlALD