กลับไปหน้าข่าวสารและกิจกรรม
จุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เรียกว่า "ครู" | สุวรัตน์ บุญยะรัตพันธ์ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 4
12/03/2561


พูดคุยกับสุวรัตน์ บุญยะรัตพันธ์ (เมย์) ผู้นำการเปลี่ยนแปลงทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ รุ่นที่ 4 (2017) ถึงประสบการณ์การสอนที่โรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี “เดอะแกงค์” และมุมมองต่อคำถามที่ว่า การศึกษาไทยนั้นเปลี่ยนได้จริงหรือ

เดิมทีนั้นครูเมย์เคยทำงานด้านการศึกษา ด้วยการเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัย ผู้สอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนและครูอาสา แต่สำหรับงานสอนเต็มตัวแล้วถือเป็นครั้งแรก ทั้งยังต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อไปสอนที่ต่างจังหวัด ในอำเภอท่ามะกา ที่ที่เด็กๆ กว่าห้าร้อยคน ณ โรงเรียนตะคร้ำเอนขาดแคลนครูคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ และประสบปัญหาหลักคือปัญหานักเรียนไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสมัครเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

เหตุผลของการออกเดินทาง

“ก่อนหน้านี้อยู่กรุงเทพฯ แต่เหตุผลที่ตัดสินใจมาที่นี่ เพราะเคยไปเป็นครูอาสาสมัครสอนที่โรงเรียนในอำเภอหนึ่งที่ระยอง เราเห็นความแตกต่างของนักเรียนว่าเขามีใจพร้อมท่ี่จะเรียน แต่การเข้าถึงการศึกษาในตัวเมืองจะดีกว่านอกเมือง ใจเมย์จึงอยากไปโรงเรียนที่ขาดแคลนจริงๆ เพราะเราอยากช่วยให้เขามีความรุู้เท่าเทียมกันกับเด็กๆ ในเมือง ส่วนสิ่งที่ต้องปรับตัวคือ การเรียนรุู้ว่าผู้เรียนของพื้นที่ในชุมชนนั้นเป็นอย่างไร โรงเรียนและวัฒนธรรมของโรงเรียนเป็นอย่างไร”

ความคาดหวังและความเป็นจริง
“ด้านวิชาการ เราคิดไว้แล้วว่าผลการเรียนของนักเรียนจะต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ด้านทักษะชีวิต เราพบว่านักเรียนช่วยเหลือตัวเองได้ดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส และไม่น่าห่วงเลย เด็กๆ ที่นี่เวลาปิดเทอมจะไปหางานหาเงินช่วยครอบครัว ปัญหายาเสพติดก็ไม่มี ไม่เคยได้กลิ่นบุหรี่ในโรงเรียนเลย แต่ปัญหาที่เราจะต้องช่วยปรับเปลี่ยนให้ได้คือ การที่เด็กมีความเชื่อว่า ตนเองทำไม่ได้ ความฝันมันยากและเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม

“ปัญหาที่พบในตอนแรกคือ ครูหลายท่านยังไม่เข้าใจในบทบาทของเรา ทั้งครูเมย์และครูลูกปลาจึงพยายามคุยกับเขาให้มากๆ อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้เราจูนเข้าหาคุณครูผู้ใหญ่กว่าได้ และคอยถามอยู่เสมอว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่ ไม่นิ่งดูดาย ปัจจุบันจึงได้รับการสนับสนุนของโรงเรียน ทั้ง ผอ. และครูท่านอื่นๆ ที่กรุณาให้ทั้งสื่ออุปกรณ์และคำแนะนำที่ดีมากๆ

“ส่วนปัญหาและอุปสรรคที่มีเข้ามาเรื่อยๆ คือเรื่องงานเอกสารและธุรการชั้นเรียน เราพบว่าในแต่ละเดือนครูจะต้องมีภาระเอกสารมาก บางโครงการก็มีความซ้ำซ้อน เรารู้สึกไม่เห็นด้วยในบางอย่าง แต่เราก็เริ่มต้นด้วยการดูว่าเป้าหมายใหญ่ของเราคืออะไร เป้าหมายของเราอยู่ที่การสร้างเด็ก ดังนั้น อะไรที่มันจุกจิกก็จัดการกับมัน เริ่มต้นที่ตัวเราเองนี่แหละ”
 


ไม่ได้จบครูแต่รู้ว่า “ต้องทำได้”
“การทำโครงการนี้ทำให้เราได้พัฒนาตนเองตลอด ทั้งการอบรมที่จุฬาฯ ซึ่งเหมือนเป็นใบปริญญาเบิกทางเพราะมีเนื้อหาทฤษฎีที่นำมาเสริมได้ เป็นการเติมในสิ่งที่เราไม่ได้เรียนด้านครุศาสตร์มา ประกอบกับการอบรมของทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ จิตวิทยาและทักษะความเป็นผู้นำ นอกจากนี้ การที่ได้พบปะเพื่อนๆ ครูผู้นำผ่านการอบรมก็เป็นเหมือนการกระตุ้นไฟ เพราะบางครั้งเราทำงานมากๆ แล้วไฟมันมอดลง แต่พอได้มาเจอทีมงานฝ่ายอบรมและพัฒนา ได้มาเจอเพื่อนๆ ทำให้เราได้รับรู้ว่า เพื่อนๆ เผชิญสิ่งเดียวกัน และพร้อมจะสู้ไปด้วยกัน”



ครูเมย์แอนด์เดอะแกงค์
“เรื่องที่ประทับใจคือ มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เรียกเราว่า “แม่” มาคอยติดสอยห้อยตาม จุดเริ่มต้นคือเราอยากชวนเด็กๆ ที่สอบไม่ผ่านมาเรียนเพิ่มหลังเลืกเรียน 1 ชั่วโมง แทนการสอบซ้ำเพื่อเสริมสิ่งที่เขาไม่รู้ ทำให้เกิดเป็น “เดอะแกงค์” ขึ้น จากเดิมมีนักเรียน 1-2 คน ปัจจุบันมีมากขึ้น เป็นความดีใจที่เด็กที่เรียนช้าและเคยทำแบบฝึกหัดผิดบ่อยๆ กลับกลายเป็นเด็กที่สอบมิดเทอมได้เต็ม สิ่งนี้ทำให้เราจึงเชื่อเสมอว่า ไม่มีใครเกิดมาไร้ศักยภาพ เด็กสอบตกไม่ใช่เด็กที่แย่ แค่เวลาอยู่ในห้องเรียน เขาอาจเรียนไม่ทันเพื่อน จึึงไม่เข้าใจและอายเพื่อนไม่กล้าบอกใคร แต่การที่เราสอนนอกรอบ ทำให้เด็กกล้าแสดงออกว่าไม่เข้าใจ และทำให้เขาทำได้ในที่สุด

“การสอนเพิ่มเติม ถามว่าเหนื่อยไหมมันก็เหนื่อยเป็นธรรมดา แต่เราก็มีความสุขที่ได้ทำเพราะเด็กๆ เขาพร้อมจะเรียน และเรารู้สึกว่ามีคนรอเราอยู่และเราก็ไม่อยากให้เขารอ แม้แต่เวลาป่วย แต่นึกว่านักเรียนรออยู่ เราก็คิดว่า เอาล่ะ! สอนเด็กๆ ก็เหมือนเป็นยารักษาอาการได้ กลายเป็นว่าทุกครั้งของการสอน มันมีความสุขจนลืมอาการเจ็บป่วย



การศึกษาไทยกับหนทางไกลแห่งการเปลี่ยนแปลง
“การศึกษาไทยเปลี่ยนได้ ถ้าทุกคนเห็นปัญหาแล้วช่วยกันลงมือแก้ไข ค่อยๆ เปลี่ยนจากนักเรียนทีละกลุ่ม ทีละห้อง แม้จะยังเปลี่ยนเด็กๆ ทั้ง 100% ไม่ได้ แต่นักเรียนจำนวนหนึ่งเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนไปกับเรา และแม้จะยังเปลี่ยนทั้งระบบในตอนนี้ไม่ได้ แต่สิ่งที่สามารถทำได้คือบทบาทของตนเองเพื่อนักเรียน

"ปัญหาการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำได้ในฐานะคนไทยคนหนึ่งคือได้เป็นผู้ทำ และการลงมือทำนี้มันส่งต่อแรงกระเพื่อมได้จริงๆ เคยพูดคุยกับพี่วิศวกรคนหนึ่งที่ระยอง เขาเล่าว่าเขาสมัครเข้าร่วมโครงการไม่ได้นะด้วยภาระหลายอย่าง แต่เขาจะคอยช่วยเหลือเมื่อใดก็ตามที่นักเรียนขาดสิ่งใด คอยส่งหนังสือดีๆ อุปกรณ์กีฬา ส่งโบนัสมาให้สนับสนุนเป็นของขวัญวันเด็กบ้าง เมย์มองว่ากำลังใจเล็กๆ นี้เองที่สร้างการให้ได้ไม่รู้จบ และสามารถส่งต่อให้นักเรียนได้ไม่สิ้นสุด เป็นจุดเล็กๆ ที่ทุกคนเริ่มทำได้ เริ่มต้นจากอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น”

ครู - ผู้ให้ที่สุขใจในฐานะผู้รับ
"เมย์มองว่า ชีวิตที่เรามีมันคุ้มค่ามากที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตนักเรียนอย่างค่อยเป็นค่อยไป และขยายผลการเปลี่ยนแปลงนี้ให้กับชีวิตนักเรียนอีกหลายร้อยหลายพันคนที่เราจะได้สัมผัส ตัวเราเองก็ได้พัฒนาตนเองตลอดเวลา ได้บริหารจัดการตนเองเมื่อประสบภาวะปัญหาต่างๆ ค่ะ"


ปัจจุบันครูเมย์ยังคงก้าวต่อไปกับบทบาทความเป็นครูที่ไม่ได้สอนแค่วิชาการ แต่เน้นการเสริมสร้างกรอบความคิดแบบเติบโตให้แก่เด็กๆ เพื่อเปลี่ยนมุมมองว่าความฝันของเขาไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม และทำให้เขามองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการเรียนกับอนาคต ครูเมย์ฝากทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มไว้กับเราว่า “ในระยะยาวก็ยังอยากเห็นตัวเองสอนอยู่ค่ะ อาจจะกลับไปสอนที่ระยองหรือที่ไหนก็ตามที่เรายังเป็นครูได้ และอยากเปิดโรงเรียนเล็กๆ ของตนเองเหมือนกันค่ะ อยากเห็นนักเรียนของเราประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ ในอนาคตถ้าเป็นแม่ เราก็อยากให้ลูกของเรามีทักษะการใช้ชีวิตที่แข็งแกร่งเหมือนเด็กๆ ที่ตะคร้ำเอน” | TFTDiary
------------------------------
#TeachForThailand #FellowshipProgram #การศึกษาไทยเปลี่ยนได้ 
โครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 5 (2018) รอบที่ 3
- ปิดรับสมัครวันที่ 4 เมษายน 2561 -
สมัครได้แล้ววันนี้ที่ https://tinyurl.com/tft2018
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.teachforthailand.org/TH/fellowship.php