กลับไปหน้าข่าวสารและกิจกรรม
ประสบการณ์จากคอนเสิร์ต “JOHN LEGEND DARKNESS AND LIGHT TOUR” โดยวชิราภรณ์ นิรันตราภรณ์ ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 3 และเด็กหญิงวิจิตรา จุตินานนท์ (แอล) นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเทพศิรินทร์คลองสิบสาม ปทุมธานี
09/04/2561


ขนาดเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ยังรู้สึกว่าความเชื่อมั่นจากคนอื่นที่มีต่อตัวเรามันสำคัญมากๆ เลย เพราะความเชื่อมั่น มักจะมาพร้อมกับโอกาสให้เราได้ลงมือทำอะไรบางอย่าง สำหรับตัวเราเองถึงจะมีวันที่ไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวเรา แม้เราจะไม่มีโอกาส เราก็จะเชื่อมั่นในตัวเองและจะออกไปหาโอกาสนั้นมาให้ตัวเองจนได้ พอตัดภาพมาที่นักเรียนของเรา เรามักจะพบว่านักเรียนไม่มีเป้าหมาย ไม่มีความฝัน แต่ในขณะเดียวกันเราก็พบอีกว่าต่อให้นักเรียนมีความฝัน นักเรียนก็มักจะบอกว่าตัวเองจะทำมันไม่ได้ ทุก ๆ ครั้งที่นักเรียนบอกแบบนี้เราจะตอบนักเรียนว่า “คำว่าทำไม่ได้ เราทำไม่ได้จริงหรือเปล่า คนเรามันจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ มันต้องลองทำก่อนนะ” 


“ก็หนูจะไปทำมันได้ยังไง จะไปทำมันได้ที่ไหน หนูยังไม่รู้เลย” นี่คือสิ่งที่นักเรียนตอบเรา เราไม่ได้ตอบอะไรนักเรียนไปในตอนนั้น แต่ในใจมันก็คิดต่อว่าแค่เป้าหมาย และพื้นที่ที่ให้นักเรียนทำมันไม่พอ การจะทำให้นักเรียนกล้าทำตามความฝันได้ มันต้องมีอะไรที่มากกว่านั้น และสิ่งนั้นที่เราคิดก็คือ “แรงบันดาลใจ” ถ้านักเรียนมีแรงบันดาลใจที่มากพอ เดี๋ยวอย่างอื่นก็ตามมาเอง



ก่อนจะได้ไปคอนเสิร์ต
เมื่อทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ส่งข่าวมาว่า John Legend จะมาเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย และเขาก็เป็น Global Ambassador ของ Teach For All แล้ว Fellow สามารถแข่งขันกันตอบคำถามเพื่อให้ได้บัตรไปดูคอนเสิร์ต และยังพานักเรียนของเราไปได้อีก 1 คน พอทราบข่าวปุ๊ปเรากับเพื่อนเฟลโล่วก็ปรึกษากันว่าเราจะทำงานนี้ดีมั้ย นี่มันจะต้องเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเรียนแน่ๆ คำตอบแว้บแรกของพวกเราคือ “เราจะไม่ทำ” เพราะโรงเรียนของพวกเรา (บ้านนักเรียนที่เราเลือก) อยู่ห่างไกลจากสถานที่จัดแสดงมากถึง 70 กิโลเมตร ! ถ้าเกิดได้ขึ้นมา เราจะพานักเรียนเราไปไหวมั้ย เราจะรับผิดชอบงานนี้ได้มั้ย  แต่สุดท้ายก็เอาวะ! ไปก็ไป ทำก็ทำ เราจะสอนให้นักเรียนไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตได้อย่างไร ถ้าใจครูนี้ยอมแพ้ต่อปัญหาเสียเอง

สุดท้ายก็กลับมาคิดว่า เราคือผู้นำเราต้องทำงานกับเป้าหมาย เราต้องทำงานกับแรงบันดาลใจของเรา นั่นก็คือนักเรียน เราต้องไม่ให้อุปสรรคมาทำงานกับเรา เราจะไม่ปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้น สุดท้ายคือพวกเราทั้ง 3 คนก็ช่วยกันคัดเลือกนักเรียนและช่วยกันตอบคำถาม และในที่สุดทีมของพวกเราก็ได้บัตรคอนเสิร์ตและได้พานักเรียนไปจริงๆ

ก่อนจะไปคอนเสิร์ตเราก็กังวลในระดับหนึ่ง เพราะตัวเราเองไม่เคยรู้จักหรือฟังเพลงของ John Legend มาก่อน นักเรียนของเรานี่ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่เคยฟังเพลงภาษาอังกฤษเลยด้วยซ้ำ ตัวเราเองก็ทำการบ้านหนักมาก เพื่อวันจริงจะได้ไม่โป๊ะ หลังจากรู้ว่าตัวเองจะได้ไปก็ฟังเพลงของคุณจอห์นทุกวัน เกือบทั้งวัน รวมไปถึงหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตัวของเขา เพื่อให้เรามี Input เกี่ยวกับตัวเขามากที่สุด และไม่ใช่แค่เราที่ทำการบ้าน นักเรียนของเราก็ต้องทำการบ้านของเขาด้วย โดยการอ่านข้อมูลและฟังเพลงของ John Legend ที่ครูส่งไปให้ทั้งหมดด้วยเช่นกัน
 


ณ วันจัดแสดงคอนเสิร์ต
ในวันนั้นตอนเช้า เราพานักเรียนไปงาน IFTE 2018 ก่อน ในวันนั้นนักเรียนบอกเราว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองได้เห็นโลกกว้าง ตั้งแต่เกิดมาก็เคยอยู่แต่แถวบ้าน ไปนู่นนั่นนี่บ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าประเทศของเรามันกว้างแค่ไหน และมีอะไรอีกมากมายที่เขาไม่รู้ นักเรียนบอกไพลินว่า "ขนาดกรุงเทพอย่างเดียวยังกว้างขนาดนี้ กรุงเทพยังมีตรงอื่นอีกมั้ย แล้วประเทศไทยมันจะใหญ่แค่ไหนกันไหนหรือครู แล้วบ้านครูอยู่ตรงไหน มันไกลไหม อันนี้เรียกว่า BTS หรืออาจารย์ อ๋อมันลอยฟ้า อ้าว มันมีรถใต้ดินด้วยหรือครู มันเข้าไปได้อย่างไร ที่นี่หรือสยาม เคยเห็นแต่ในรายการทีวีไม่คิดว่าจะได้เห็นของจริง.." และอีกหลายๆ คำถามที่ออกมาจากนักเรียนจนเราตอบแทบไม่ทัน ยังไม่ทันจะได้ดูคอนเสิร์ตนักเรียนก็ตื่นเต้นขนาดนี้แล้ว

ทันทีที่พวกเราทั้ง 5 ได้เผชิญหน้ากับคุณจอห์นตัวเป็นๆ เรารับรู้ได้ถึงพลังงานดีๆ ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของคุณจอห์นทันที ใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส คำทักทายที่เป็นกันเอง ขนาดเสียงพูดยังมีพลังและก้องกังวาล มันก็อดตื่นเต้นไม่ได้ที่เราจะจินตนาการว่าถ้าเราได้ฟังเพลงของเขามันจะมีความสุขมากแค่ไหน ตอนที่นักเรียนได้จับมือกับคุณจอห์น นักเรียนหยุดนิ่งไปประมาณ 10 วิ หลังจากออกมาเลยถามนักเรียนว่าเป็นอะไร นักเรียนบอกว่าหนูนึกไม่ออกว่าจะตอบว่าอะไรดี How are you ? ที่เขาพูด แปลว่าสบายดีไหมใช่มั้ยคะครู….ก่อนโชว์จะเริ่มเราก็ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของทีชฟอร์ไทยแลนด์ให้กับผู้โชคดีจากแฟนเพจกันเล็กน้อย ในระหว่างที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นั้นแม่ยายของคุณจอห์นก็ออกมาต้อนรับพวกเราเข้าสู่คอนเสิร์ต
 


อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าเราไม่เคยรู้จัก John Legend มาก่อน แต่เรารู้สึกทึ่งกับคอนเสิร์ตในครั้งนี้มากๆ มันรู้สึกและเข้าใจได้เลยว่าเมื่อคนเราได้ทำในสิ่งที่รักและชอบมันดีกับโลกใบนี้ได้ยังไง มันไม่ใช่แค่ตัวของคุณจอห์นเองที่ดูมีความสุขตลอดเวลาที่แสดง แต่มันมีพลังบวกส่งออกมาเยอะมาก ความสุขนั้นมันส่งออกมาถึงเราด้วย แล้วก็เราไม่เห็นความเหน็ดเหนื่อยของคุณจอห์นเลย 26 เพลงต่อเนื่อง พลังเต็มตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงสุดท้าย เขาทำไปได้อย่างไร นี่เป็นครั้งแรกที่ไพได้มาชมคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกด้วยนะ หลังจากได้ชมคอนเสิร์ตแล้วไม่มีข้อกังขาหรือทำถามใดๆ เลยว่าทำไมคนคนนี้ถึงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลระดับโลกได้ขนาดนี้
         
ก่อนหน้านี้มีคนเคยถามเรามากมายว่าอะไรทำให้เราสามารถทำงานที่ทีชฟอร์ ไทย แลนด์ ได้อย่างมีความสุขได้มากขนาดนี้ทั้งๆ ที่มันเหนื่อยมากๆ เคยมีเพื่อนในเฟสบุคคอมเม้นท์ใต้โพสบอกเราบ่อยๆ ว่า แค่ได้เห็นเราทำงานอย่างมีความสุข ก็เป็นพลังให้เขาอยากมีชีวิตต่อไปได้อีกเยอะ เรารู้สึกว่าเพื่อนเราพวกนี้พูดจาเว่อร์วังขิงข่ามาก อะไรมันจะขนาดนั้น เราแค่ทำงานที่เรารักไปวันๆ แค่นั้นเอง การได้ดูคอนเสิร์ตของคุณจอห์นมันยืนยันให้เราได้รู้จริงๆ ว่า ความรัก และสุขมันส่งต่อกันได้ เวลาที่เหลืออีก 1 เทอมในโครงการ ฉันจะทำมันอย่างมีความสุขให้ที่สุดเลย
 
เรายังเรียนรู้อีกว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมันเกิดขึ้นได้จากใครก็ได้ มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเรารู้จักตัวเอง รู้ว่าเราเป็นใคร ถนัดอะไร เราอยู่ตรงไหน และพอจะทำอะไรได้บ้าง คุณจอห์นเป็นศิลปิน เขาก็เลือกทำในบทบาทของศิลปินที่ทำได้อย่างการมาเป็น Ambassador ให้ Teach For All หรือเพลงที่คุณจอห์นแต่งและร้องมีหลายเพลงที่มันสื่อสารเรื่องราวที่มีอิทธิพลต่อสังคม การเปลี่ยนแปลงอยู่ในมือเรา เราเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง ทุกคนสามารถเป็น Change Maker ได้ เรื่องอะไรก็ได้ ไม่ต้องมาเป็นครูแบบเราก็ได้ ไม่ต้องเป็นศิลปินระดับโลกแบบคุณจอห์นก็ได้ ขอแค่เรารู้ว่าตัวเองเป็นตัวแปรของการเปลี่ยนแปลงเรื่องไหน เราสนใจอะไร เราอยู่ตรงไหน ก็ทำมันเรื่องนั้นตรงนั้นแหละ

ตัดภาพมายังนักเรียนของเราบ้าง ในระหว่างการแสดงคอนเสิร์ต เราเห็นนักเรียนสนุกมาก และที่แปลกใจคือเราเห็นนักเรียนสามารถร้องเพลงตามได้ด้วย พอถามนักเรียนว่าทำไมถึงร้องได้ นักเรียนก็บอกว่าหนูฝึกจากคลิปที่ครูส่งมาให้ พอมันเป็นบทเพลง เป็นสิ่งที่เขาชอบ เขากลับทำมันได้

"มันเป็นเพลง หนูชอบเพลง ถึงจะฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็พอจำเนื้อร้องจากที่ครูให้ไปฝึกมาได้บ้าง แปลกจังที่หนูรู้สึกมีความสุขและสนุกมาก ถ้าหนูฟังภาษาอังกฤษเข้าใจ คอนเสิร์ตวันนี้มันคงจะสนุกกว่านี้ แอลรู้สึกขอบคุณ Teach For Thailand มากๆ ที่ได้เปิดประสบการณ์ดีๆ ให้แอล ถ้าวันหนึ่งแอลได้เป็นศิลปินและมีคนมาชอบเยอะๆ บ้าง เราจะรู้สึกมีความสุขที่ได้ให้ทุกคนเข้ามาชมผลงาน ของเราแล้วมีความสุข” นักเรียนกล่าว



“แอลมีความฝันว่าอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน เพราะการได้วาดรูปเป็นเหมือนการได้ระบายความเครียดออกไปจากตัวของเรา แอลมีแรงบันดาลใจในการวาดรูปจากการดูการ์ตูนเรื่องวันพีช ชอบอ่านการ์ตูนขายหัวเราะ มหาสนุก และปังปอนด์ การ์ตูนคือสิ่งที่เราชอบมาก การวาดรูปก็เป็นการใช้เวลาว่างอย่างหนึ่งที่ทดแทนการ์ตูนได้ ถ้าเราไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เราก็จะสามารถไปหาความฝันนั้นได้สำเร็จ ถ้าเกิดว่าท้อก็จะมองไปที่รูปภาพของเราแล้วเราจะสู้ให้ได้อีกครั้ง แอลยกมือขึ้นไปตอบคำถามบนเวที IFTE2018 ตอนนั้นทุกคนต่างมองมาที่เรา ทำให้เรามีความกล้าที่จะออกไป เหมือนได้เปิดประสบการณ์ความกล้าของเราอีกด้วย คนเรามีทั้งความกล้าและไม่กล้า แต่ถ้าเราพร้อมและเต็มใจเราก็จะกล้าทำอะไรก็ได้อีกมากมายอย่างที่เราคาดหวังได้อย่างแน่นอน


เด็กหญิงวิจิตรา จุตินานนท์ (แอล) นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเทพศิรินทร์คลองสิบสาม ปทุมธานี 

นักวาดการ์ตูนตัวน้อยที่มีความฝันจะเป็นศิลปินในอนาคต

สำหรับการไปดูคอนเสิร์ตนั้นเราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่มันสะดวกกว่าปกติมาก เราตื่นเต้น การไปคอนเสิร์ตครั้งนี้เดินทางนานมากๆ รู้สึกเหนื่อยมาก การได้เข้าไปพบคุณจอห์นตอนรออยู่หลังเวทีได้เจอคนมีชื่อเสียงในประเทศไทยคนอื่นด้วย รู้สึกตื่นเต้นเพราะเราไม่เคยได้เจอคนมีชื่อเสียงมาก่อน ตอนที่คุณจอห์นพูดกับเราทำให้เรารู้สึกว้าวมาก เราไม่กล้าตอบอะไรไปเลย ประหม่ามากด้วยแต่ก็รู้สึกดี เพราะปกติคนมีชื่อเสียงจะได้เจอแค่ในทีวี ช่วงเล่นคอนเสิร์ตทั้งคุณจอห์นนักดนตรีและคอรัสเป็นเพลงที่ดี ฟังแล้วมีความสุข แอลรู้สึกดีกับเพลงมากๆ ถึงเราจะฟังภาษาของเขาไม่รู้เรื่องแต่ด้วยทำนอง เพลง และความตั้งใจของเขาทำให้เรารู้สึกไปพร้อมๆ กับเพลง ขอขอบคุณ Teach For Thailand และคุณครูที่คัดเลือกหนู การได้มาที่นี่ทำให้เราเห็นสังคมของกรุงเทพ และขอขอบคุณที่มีครูดีๆ มาสอนที่โรงเรียน โรงเรียนมีการสอนที่ดีเพิ่มมากขึ้น และทำให้โรงเรียนน่าอยู่เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ” น้องแอลเล่า



ขอขอบคุณครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงทุกท่านที่ส่งเรื่องราวเข้ามาร่วมกิจกรรมเพื่อพานักเรียนไปชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้
ขอขอบคุณครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง โรงเรียนเทพศิรินทร์คลองสิบสาม ปทุมธานี ทุกท่านที่อยู่เบื้องหลังการสานฝันสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กนักเรียน
ขอขอบคุณเรื่องราวจากน้ำเสียงของวชิราภรณ์ นิรันตราภรณ์ (ไพลิน) ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 3 และเด็กหญิงวิจิตรา จุตินานนท์ (แอล) นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเทพศิรินทร์คลองสิบสาม ปทุมธานี ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างประทับใจ
และสุดท้าย ขอขอบคุณประสบการณ์ดีๆ ที่ Teach For All และคุณ John Legend มอบให้แก่ Teach For Thailand 

------------------------------------
ติดตามเรื่องราวดีๆ ของผู้นำการเปลี่ยนแปลงและนักเรียนได้ที่นี่ Teach For Thailand
ร่วมสนับสนุนโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ที่ บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขที่บัญชี 311-1-69640-8 ชื่อบัญชี มูลนิธิยุวพัฒน์เพื่อโครงการ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
พร้อมอีเมลหลักฐานการโอนเงิน ชื่อนามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่เพื่อจัดส่งใบเสร็จสำหรับลดหย่อนภาษี มาที่ donation@teachforthailand.org
 
#TeachForAll #TeachForThailand #การศึกษาไทยเปลี่ยนได้