เรื่องเล่าจากห้องเรียน
Classroom Inspiration and Impact - ชมรมเต้นสู่ความพยายาม
 

“จริงๆเริ่มต้นจากหลักสูตรของโรงเรียนที่เขาอยากจะมีชมรมที่พัฒนาวิชาชีพมากขึ้นตามกระแสการศึกษา ทีนี้ก็เลยมาลงที่ชมรมว่า ในแต่ละหมวดกลุ่มสาระว่าเด็กจะสามารถเรียนรู้อะไรได้มากกว่าวิชาปกติตามหลักสูตร แต่เป็นทักษะทางวิชาชีพได้ด้วยเราจึงมาปรึกษากันในหมวดเลขว่าจะทำอะไรดี ซึ่งคำตอบที่ได้ออกมาคือการทำในสิ่งที่ครูแต่ละคนมี Passion ดีไหม เพื่อที่เราก็จะได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนด้วยว่า หากเรามีความชอบอะไรแล้วมุ่งมั่นตั้งใจทำอย่างสม่ำเสมอ ความชอบเล็ก ๆ ของเราอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดเส้นทางอาชีพได้ในอนาคตนะ”

 

‘แนน’ วราลี เนติศรีวัฒน์ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 3 ที่ปัจจุบันสอนที่โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ ได้เล่าเกี่ยวกับที่มาชมรมเต้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น “ด้วยความที่แนนชอบเต้นอยู่แล้ว เป็น Passion ของเราเลยแหละ เรามักจะมีวีดีโอที่เราเต้นอยู่บน Facebook อยู่แล้วอย่างสม่ำเสมอ แล้วครูท่านอื่น ๆ ก็เห็นสิ่งนี้เลยได้ชักชวนเราเข้ามาทำชมรมเต้นในโรงเรียน ซึ่งเป็นความชอบของเราอยู่แล้วและคิดว่าน่าจะสร้างแรงบันดาลใจและทัศนคติที่ดีต่อความพยายามให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมได้ จึงตกลงเสนอเรื่องการจัดตั้งชมรมขึ้น”

 

“หลังจากที่เราเสนอการตั้งชมรมขึ้นไป เรื่องก็ดูจะซา ๆ ลงจนเรามาคิดทบทวนว่า หากชมรมไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งจะพอดีกับการจบโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลง 2 ปี เราคงตัดสินใจเลือกเดินเส้นทางใหม่ แต่หากชมรมเต้นเกิดขึ้นได้จริงๆ เราก็อยากจะทำงานในฐานะครูที่นี่อีก 1 ภาคเรียนเพื่อให้ครบ 1 ปีการศึกษา เพราะหากมันผ่านแล้วเราต้องออกไปก่อนสิ่งที่เราตั้งใจปลูกปั้นขึ้นมาก็คงขาดความต่อเนื่อง ถ้าไปก็ต้องไปให้สุดเพื่ออย่างน้อยเราอยากเห็นคนที่มาชมรมนี้แล้วเกิดประโยชน์สูงสุดกับเขา”

 

สุดท้ายแล้วชมรมเต้นก็ได้รับการอนุมัติให้เปิด และแนนได้เล่าสิ่งหนึ่งที่แสดงออกถึงการทำงานที่ไม่ใช่เพียงคนเดียวจะสำเร็จได้ แต่คือการดึงความร่วมมือกันของทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในโรงเรียน “เราได้มีโอกาสคุยกับพี่หัวหน้าหมวด จริงๆเราต้องขอบคุณเขานะเพราะเขาคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ชมรมนี้เกิดขึ้นได้ เขาเล่าให้ฟังว่าก่อนที่จะมาเป็นครู เขาเคยมีความฝันอยากจะเป็นนักเต้นเช่นกัน และการที่เขาได้เห็นถึง Passion ของแนนที่อยากจะผลักดันชมรมเต้นดังกล่าวให้นักเรียน มันเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เขาอยากจะช่วยให้ชมรมเกิดขึ้นเช่นกันเพื่อส่งต่อความฝันของเขาแก่คนอื่น เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่ Passion อย่างเดียวที่ทำให้ชมรมเกิดขึ้นแต่เป็นการยอมรับจากผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจด้วยที่เขาเห็นความสำคัญของสิ่งที่เราทำ”

 

 

แม้ว่าชมรมเต้นในส่วนของโรงเรียนฝั่งหญิงอาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่ในโรงเรียนชายล้วนค่อนข้างจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่พอสมควรในบริบทโรงเรียนที่แนนได้สอนอยู่ “ตอนแรกที่จะเปิดชมรมขึ้น เราก็ไม่มั่นใจเหมือนกันนะว่าจะมีคนมามากไหม เพราะพื้นฐานของเด็กที่แนนสอนจะเป็นโรงเรียนชายล้วน แต่พอเราผลักดันชมรมจนเกิดขึ้นแล้วไปถามเด็ก ๆ เรากลับพบว่านักเรียนหลายคนตื่นเต้นมากที่จะมีชมรมนี้ขึ้น โดยเฉพาะกับนักเรียนกลุ่มลูกสาวของเราที่มาบอกเราว่า ‘ถ้าเปิดหนูจะอยู่ในชมรมอย่างแน่นอน’ มันทำให้เราเห็นว่าการกระทำของเราเพียงเล็กๆ มันสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าที่เราคาดคิด เพราะการเปิดชมรมนี้สร้างพื้นที่ให้แก่นักเรียนกลุ่มลูกสาวที่มีพื้นที่เล็กน้อยเท่านั้นในกลุ่มโรงเรียนชายล้วนได้มีช่วงเวลาที่ได้เห็นศักยภาพของตนเอง”

 

“หลังจากที่ได้เปิดชมรมขึ้น สิ่งหนึ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวนักเรียนที่เข้าร่วมคือพื้นที่ที่เขาได้แสดงออกความเป็นตัวเองและความพยายาม พื้นฐานนักเรียนหลายคนมีความชื่นชอบที่อยากจะเต้นอยู่แล้วและมีพื้นฐานการเต้น รวมถึงนักเรียนที่เต้นไม่เป็นเลยแล้วอยากลอง” แนนเล่าต่อว่า “หลังจากที่เราได้จัดชมรมเต้นเราได้เห็นถึงอีกตัวตนของนักเรียนที่เราไม่เคยเห็น เพราะบางทีเราเห็นเขาในคาบเรียนค่อนข้างเครียด ซึ่งช่วงเวลาสั้น ๆ 50 นาทีนี้ก็เป็นคาบสั้น ๆ ที่เขาได้เป็นอิสระผ่อนคลายจากความเครียดในชั้นเรียน รวมถึงความพยายามของนักเรียนที่ฝึกฝนเพราะหลายท่าก็ไม่ง่ายที่จะเต้นต้องอาศัยความพยายามและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ”

 

“เราลองสังเกตเหมือนกันในห้องเรียน เราเห็นความรับผิดชอบมากขึ้นและเห็นความพยายามของเขาในการทำอะไรบางอย่างให้ดีขึ้น อย่างนักเรียนกลุ่มนึงที่เป็นตัวแทนชมรมที่ไปเต้นงานวันเด็ก เราสังเกตเขาตั้งแต่วันแรกจากวันที่เราต้องกระตุ้นให้ซ้อมในทุก ๆ ครั้ง เขาเริ่มจัดเวลาการซ้อมด้วยตนเองและไม่ต้องคอยกระตุ้นมาซ้อม หลายคนที่ไม่ค่อยชอบเรียน เราเห็นถึงความพยายามของเขาในการส่งงานอ่านหนังสือมากขึ้น ซึ่งในการสอบล่าสุดจากคนที่สอบตกมาตลอดก็สอบผ่าน”

 
 

“แนนคิดว่า ความพยายามจากจุดหนึ่งที่ทำให้เข้าเห็นความเชื่อมั่นของตนเองเห็นศักยภาพในตนเอง มันถูกส่งต่อมาอีกจุดหนึ่งซึ่งคือในห้องเรียน แต่ก่อนนักเรียนคนนี้จะบอกกับเราอยู่เสมอว่า ‘ผมโง่ ผมทำไม่ได้หรอก’ แต่เราได้มีโอกาสพาเขาไปเรียนกับครูสอนเต้นจริงๆที่เปิดโอกาสให้โควต้าเราพาเด็กไปเรียนจากเรื่องราวการทำชมรมของเรา หลังจากที่เขาได้ไปเจอครูสอนเต้น เราเห็นถึงความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนที่มีมากขึ้นกว่าเดิม เป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนขึ้น และมีความพยายามในการทำสิ่งต่างๆที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก”

 

“เป้าหมายต่อไปที่แนนอยากจะพานักเรียนกลุ่มนี้ไปให้ถึง คือการไปประกวด Cover Dance ซึ่งจากบริบทนักเรียนที่เราดูแลอยู่ ก็ค่อนข้างท้าทายเหมือนกันเพราะการประกวดค่อนข้างเข้มงวดในความเป๊ะของท่าเต้น แต่เราคิดว่ามันคงเป็นแรงผลักดันที่ดีให้เด็กได้มีประสบการณ์ที่ฝึกฝนตนเองกับโจทย์ที่ท้าทาย อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตเขาได้ลองมุ่งมั่นและลงมือทำตามความฝั่น ซึ่งทัศนคติดังกล่าวแนนเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการไปปรับใช้ในมิติอื่นๆของชีวิตเขาต่อไป” แนนกล่าวทิ้งทางการพูดคุยด้วยรอยยิ้ม

 

จากประสบการณ์ของผู้เขียน ผมเคยเป็นเด็กนักเรียนที่เราไม่ได้มีความมุ่งมั่นอะไรเพราะเราไม่รู้ว่าจะมุ่งมั่นไปทำไม เราไม่ได้อยู่ในความลำบากที่ชีวิตต้องปากกัดตีนถีบเพื่อดิ้นรนสร้างชีวิตให้ดีขึ้น และการที่ผมได้มาฟังเรื่องราวของแนนทำให้ผมย้อนคิดกับตนเองว่า ความท้าทายของนักเรียนที่มีความพร้อมทางฐานะระดับนึงก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายเหมือนกันในการช่วยให้พวกเขาค้นพบเป้าหมายที่ตัวเองอยากจะมุ่งมั่นพยายามไปให้ถึง ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าชมรมเต้นของแนน น่าจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ของเด็ก ๆ หลายคนที่ได้เข้าร่วม ได้จุดประกายศักยภาพและความเชื่อมั่นในตนเองเพื่อหาเป้าหมายที่ตัวเองอยากจะมุ่งมั่นทำให้เกิดขึ้นต่อไป

สำนักงาน ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
เลขที่ 102 ชั้น 7 อาคารอรรถกระวี 2 ซ.อารีย์ ถ.สุขุมวิท 26
แขวงคลองตัน เขตคลองเตย 10110
ลงทะเบียนรับข่าวสารได้ที่นี่
ติดตามโพสต์ล่าสุดของเรา
© 2018 Teach For Thailand. All rights reserved.
A Partner in the Global Education Network